รีวิว Review Annapurna Base Camp5 (Himalaya-ABC-ฺBamboo-New Bridge-Nayapul-Pokhara) พร้อมเฮ..ที่เนปาล เดินขาบาน ขึ้นเขาไป ABC


สามารถติดตามตอนที่แล้ว รีวิว Review Annapurna Base Camp1 (ก่อนเริ่มเดินทาง)
                                              รีวิว Review Annapurna Base Camp2 (BKK-KTM-Pokhara)
                                              รีวิว Review Annapurna Base Camp 3 (Hinle-Ulleri-Ghorepani)
                                              รีวิว Review Annapurna Base Camp4 (Ghorepani-Poonhill-Tadapani-Chhommrong-Himalaya)

วันที่ 12 เมษายน 2560
     คืนที่ผ่าน ผมหลับอย่างสนิท จากความเหนื่อยสุดๆ พวกเราตื่นกัน6.30 น. ตื่นมาพร้อมกับอากาศหนาวๆ แต่ได้ ถุงนอนที่เช่ามาทำให้ อุ่นตลอดคืน

   ตื่นมาล้านหน้าล้างตาให้สดชื่นแล้วก็กลับมาจัดกระเป๋าเป้ ไม่ลืมที่จะใส่ ชุดกันหนาวสุดพร้อมอุปกรณ์กันหนาว และอุปกรณ์ใส่รองเท้าลุยหิมะไปด้วย และจากที่นี้ เขาจะรณรงค์ไม่ขายน้ำบรรจุขวดพลาสติก ดังนั้นเราควรมีกระติกน้ำติดไปเพื่อกรอกน้ำใส่

    และวันนี้ เราจะไปที่ เป้าหมาย ABC ซึ่งพีดำไกด์ มาบอก คอนเฟิร์มว่าพวกเรา มีที่นอน ที่ABC ไม่ต้องลงมานอนที่ MBC ถือเป็นข่าวดีที่สุด แต่ก็ปนกับความกังวล เพราะบางคนที่ทนไม่ได้กับความสูง(โรคแพ้ความสูง) จนต้องอพยพลงมาที่MBC ช่วงดึกแบบฉุกเฉินก็มี แต่ที่บอกว่าข่าวดี เพราะ ABC มีจำนวนที่พักน้อยาก มี 2 Guesthouses เท่านั้น บวกกับ จำนวนคนที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้จองยากขึ้นไปหลายเท่า สุดท้าย พี่ดำ ยอดไกด์เราก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องนอนรวมกันในห้องเดียวกันทั้ง 5 คน(พวกเราก็โอเคสิครับ ขอแค่ให้ได้นอนก็พอ เพราะแค่หัวถึงหมอนก็คงจะหลับแล้ว)

   เวลา 7.30 น. พวกเราก็ต้องแบกกระเป๋าเป้ หมัดเชือกรองเท้าออกเดินทาง ซึ่งก็เหมือนเดิมครับ เดินขึ้นกันเหมือนเดิม แต่วันนี้ไม่ชันมากเท่าเมื่อวาน แต่ด้วยความสูงที่เกิน 3,000 ม. จากระดับน้ำทะเล ทำให้ออกซิเจนในอากาศน้อยลง จะหายใจยากขึ้น เหนื่อยง่ายขึ้น เลยต้องเดินๆหยุดๆไปเรื่อยๆ









       ช่วงเที่ยง เวลา 13.00น. เราก็ได้พักกันที่  ซึ่ง พวกเราเริ่มที่จะสั่งอาหารที่เชื่อว่า จะช่วยเรื่องโรคแพ้ความสูงแล้ว คือ ซุปกระเทียมร้อน และช่วยเพิมความอบอุ่นได้ดีทีเดียว พร้อมกับน้ำขิงร้อนๆ แต่ด้วยออกซิเจนที่น้อย ช่วงที่พวกเรารออาหารที่นาน ก็เริ่มจะมีอาการง่วงและเพลียมากขึ้น แต่ก็ต้องข่มใจไม่ให้หลับ เมื่อทานกันเสร็จก็เดินทางไปต่อ เป้าหมายรอบนี้ คือ Annapurna base camp เป้าหมายสำคัญที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา

    เราเดินกันจนถึง MBC (Machhapuchhre Base camp) ก็ต้องเปลี่ยนชุดหนาวที่อุ่นขึ้นและนำ อุปกรณ์เสริมใส่รองเท้าเพื่อลุยหิมะ(Shoe Grip) และก็ลุยหิมะขาวๆ แต่วันนี้อากาศไม่ค่อยจะดี หมอกลงจัด มองเห็นได้ไม่ไกลมาก และมองไม่เห็นยอดเขาเลย ผมเดินได้ช้า แม้ว่าทางจะขึ้นทีละนิด แต่เพราะเหนื่อย และการเดินบนหิมะที่ยาก ผมเดินไม่ถึง10 ก้าวก็ต้องพักหายใจเป็นระยะๆ ใช้เวลานานมาก กว่าที่จะเห็น ป้ายสัญลักษณ์ Annapurna base camp


ได้เวลาใส่ Shoe grip ลุยหิมะกันแล้ว







     หลังจากป้ายนี้ เวลาประมาณ 17.00น. ซึ่งพวกเราเดินไปอีกนิดเดียว ก็คือ ที่พักของพวกเราใน คืนนี้ ที่ต้องนอนเบียดกันอย่างอบอุ่นในห้องพัก แต่ก็ยอม เพราะมันคือสิ่งที่เรียกว่า ที่สุดที่ผมจะได้สัมผัสความหนาวสุดขั้ว -10 กว่าองศา ใกล้ชิดกับกองหิมะที่กองกันถึงหน้าต่างห้อง โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมะ  และพิสูจน์ความแข็งแรงของร่างกายตัวเองว่าจะผ่านบททดสอบนี้ได้ไหม ด้วยออกซิเจนที่น้อย ทำให้ ร่างกายถูกกระตุ้นให้ตื่นบ่ายๆ และกระหายน้ำมาก ต้องดื่มน้ำ และด้วยอากาศที่หนาวเย็นจนไม่อยากเดินเข้าห้องน้ำเลย ปัสสาวะที่ไอร้อนลอยขึ้นไม่หยุด 555.

ด้านหลังผม คือ ที่พัก ABC.

ที่พักเรา หิมะกองเกินกว่าหัว



 วันที่ 13 เมษายน 2560

       วันนี้ผมตื่นแต่เช้า แต่จริงแล้ว คือ หลับๆตื่นๆ จนได้เวลาพอดี เตรียมแต่งตัว วันนี้ช่วงเช้า ร่างกายพวกเราจะบวม ทั้งมือ หน้าและเท้า ใส่หมวก ถุงมือ ถุงเท้าและรองเท้าจะลำบากขึ้นหน่อย  เตรียมกล้องออกมาด้านนอก เพื่อไป "ทักทายแสงอรุณแห่งวันใหม่บนจุดชมวิว ของABC. ที่สามารถมองเห็นยอดเขาหิมะแบบ 360 องศารอบตัว ดูแสงสีทองของวันใหม่กระทบกับภูผาขาวละมุนกว่าปุยนุ่มที่สะอาด มันยิ่งใหญ่อลังการเ้กินกว่าที่ดวงตาเราจะจดจำไว้ได้ทุกอณู มาแพคคู่กับลมหนาวที่เย็นถึงขั้วหัวใจ แต่จะเอาอะไรมาฉุดเราจากตอนนี้ไม่มีทางยอม มันคือที่สุดแห่งธรรมชาติได้รังสรรสิ่งอัศจรรย์ที่สร้างไว้เกินพรรณา กายล้าที่ผ่านมาดันหายหมด ที่อด(ทน)กด(ดัน)ได้ปลดปล่อยลอยหายไป"






ธงไทย โบกไสว บน เนินเขาหิมะ ABC


    ได้เวลาประมาณ 7.40น.  พวกเราก็ต้องเตรียมตัวลง จากABC กันแล้ว วันนี้ อากาศ ฟ้าเป็นใจ ฟ้าใส แดดส่องกระทบกับหิมะน่าดีใจ
พวกเรา นำ ธงไทย มาแตะที่ ABC เนปาล สำเร็จ







ผู้ร่วมเดินทางที่น่ารักและลูกหาบที่แข็งแรง(พวกเรา เรียก Bodyguard)

แล้วเรา ก็ต้องเดินจาก ABC

        ก่อนลงจากพื้นที่หิมะ พวกเราก็ขอเล่น สไลเดอร์หิมะ กัน อย่างสนุกสนาน ลืมเหนื่อยกันทีเดียว เราใช้เวลาในการเดินผ่านลานหิมะได้เต็มที่



      เมื่อผ่าน MBC พวกเราก็ต้องพักเปลี่ยนชุด เพราะ จะเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ และก็เก็บ อุปกรณ์สวมรองเท้าลุยหิมะ(Shoe Grip) (ช่วยกันเก็บลงมาทิ้งที่เมืองโปขราเลย จะดีกว่า จะได้ไม่เป็นขยะมากมายบนเทือกเขา ถ้าทุกคนนำลงมาขยะก็จะลดลง)


     ช่วงขาลง ผมเดินได้สบายขึ้น ทำให้มีเวลา สัมผัสทิวทัศน์ที่สวยงามรอบๆได้อย่างไม่เร่งรีบมากนัก ซึ่งมันติดตาตรึงใจในทุกๆก้าวที่ย่างเดิน เวลา 12.30น. พวกเราก็เดินถึง Himalaya ที่พักทานอาหารกลางวัน และก็เปลี่ยนชุดอีกครั้ง เพราะยิ่งเดินยิ่งร้อนขึ้น





     แล้วเราก็ไปต่อ เดินลงบ้าง แล้วก็มีขึ้นบ้างเป็นช่วงๆ ที่พักของเราวันนี้ คือ Bamboo
     เวลา 16.00 น. พวกเราก็ถึง Bamboo แต่เหตุการณืที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือ พี่ดำไกด์เราได้จองห้องไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่พอมาถึงบอกห้องเต็ม พี่ดำไปคุย จน มีห้องให้พวกเรา 1 ห้อง 3เตียง สำหรับ 4 คน และอีกคนต้องแยกไปนอนกับคนอื่น(งง ไหมล่ะ การจัดการที่นี้สุดยอดกว่ายอดEverestซะอีก) (พวกเราคิดว่า ด้วยนักเดินเขามาเยอะมาก เจ้าของก็คงอยากได้รายได้เพิ่มเลยรับเต็มที่) พวกเราก็คุยกันว่า อยากอยู่ด้วยกันมากกว่า พี่ดำเลยพยายามหาฟูก ที่นอนมาปูที่บนพื้นตรงพื้นที่เล็กๆ ให้พวกเรา ผมก็เลย ไปนอนที่พื้นให้ ได้อารมภ์ติดดินไปอีกแบบ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของการนอน เนื่องจากเมื่อคืนนอนหลับๆตื่นๆมาทั้งคืน แล้วพวกเราก็ ได้อาบน้ำกัน ค่าน้ำร้อน คนละ 200 Rs โดยเขาจะใช้ความเชื่อใจ ให้จ่ายในวันรุ่งขึ้น ตอน Check out ออก

วันที่ 14 เมษายน 2560

      วันนี้เรา ตื่นเช้าเร็วกว่าปกตินิดหน่อย และขณะที่ทานอาหารเช้า  พี่ดำก็มีเรื่องตื่นเต้นมาบอก พวกเราอีกครั้ง คือ พี่ดำไม่สามารถจองที่พักให้พวกเราได้ที่ Jhinu (ซึ่งเป็นที่พัก ที่ใกล้กับบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ เดินจากที่พักไปประมาณ 25-40 นาที) ต้องรอ คอนเฟิร์มกันอีกที่ ตอนทานอาหารกลางวัน ที่Chhomrong พวกเราเริ่มออกเดิน ประมาณ 7.50 น.










ควายภูเขา ถิ่น Chhomrong

ไร่ขั้นบันได ของชาวบ้านเนปาล


        ประมาณ 12.00น. เราก็ถึง Chhomrong เหมือนสวรรค์ เพราะพวกเราสามารถจะสั่งอาหารที่มีเนื้อสัตว์ได้แล้ว พวกเราคิดรายการอาหาร ตั้งแต่กลางทางแล้ว มาถึงไม่ต้องมองเมนูเลย สั่งทันที.. แต่ก็ได้ข่าวที่พักของเราจาก พี่ดำว่า เขายินดีจัดโปรโมชั่น เพิ่มระยะทางให้กับพวกเราทุกคน โดยที่พักของพวกเราคือ New Bridge...555 เพิ่มระยะจากปกติไปอีก 2 ชม.

        ทานเสร็จ เคลียของรับของที่ฝากไว้ ที่Chhomrong ก็รีบเดินต่อทันที เพราะ ต้องเพิ่มเวลา จาก Jhinu ไป New bridge อีกประมาณ 2 ชม. ทางเป็นทางลงตลอด ชันบ้างไม่ชันบ้าง และพวกเราก็โชคดี ที่ได้ พบกับ ชาวเขาเนปาล ตามหมู่บ้านต่างๆ ตามทาง ใส่ชุดประจำเผ่าประจำชาติอย่างสวยงาม เพราะวันนี้ คือ วันปีใหม่เนปาล (์New year's day) เหมือนกับเมืองไทย


         พอใกล้ถึง Jhinu แดดก็มืดลง พร้อมกับก้อนเมฆดำๆลอยมาช้าๆ จนพวกเราต้องตัดสินใจนำชุดกันฝนออกมาใส่กัน พอถึง Jhinu ฝนก็เริ่มตกหนักพอสมควร แต่ไม่นานมากก็เบาลง พวกเราต้องเดินกันต่อ Say Bye Jhinu หันหน้าแล้วก้าวขากันไป ลงไปได้สักพักฝนก็เริ่มหยุด จนคิดว่าจะถอดชุดกันฝนออก แต่พอจะถอดก็ลงเม็ดเบาอีก โดยที่พวกเราต้องลงไปจนถึงน้ำตกข้างล่าง แล้วก็ขึ้นอีกหน่อยแล้วเดินราบไปที่พัก แต่พอเราใกล้จะถึงน้ำตก  ก้อนน้ำแข็งบนฟ้าก็ตกลงมาเป็นห่าใหญ่ พวกเราต้องหยุด ใช้ต้นไม้ข้างทางบัง กองทัพลูกเห็บ ที่ตกลงมาพร้อมฝนอย่างน่ากลัว พวกเราต้องหยุดหลบอยู่นาน ผมมองไปที่ น้ำตกจะมีสะพานไม้เล็กๆผาดข้ามลำน้ำที่แรงขึ้นมากจากฝนตกที่หนัก เรารอจนลูกเห็บหมด ฝนเบาลง(แค่เบาลงจากที่หนักมากๆๆๆ) ทางเดินเปียกแชะ ลื่นเป็นโคลน พวกเราต้องใช้ความระมัดระวังในการข้ามสะพานไม้ และเดินขึ้นเขา โดยที่ช่วงทางเดินราบก็ยังเป็นดินแดงโดนน้ำกลายเป็นโคลนอีก ทำให้เราเดินเร็วกันไม่ได้ พวกเราค่อยๆเดินเกาะก่อนกันไป พี่ดำเดินปิดท้าย จนเราเริ่มเห็นที่พักแล้ว พี่ดำเลยเดินนำเราไปที่พักก่อน แล้วไปเจอกกันที่พัก มันเป็นประสบการณ์ที่ ดีใจที่ได้เห็นพายุลูกเห็บ ใหญ่เล็กเต็มไปหมด และก็เดินบนพื้นดินที่ลื่น และแสงที่มืด เหมือนกับเวลาประมาณ 6โมงเย็ง-1ทุ่ม พอเห็นทางได้แต่ก็ไม่มากนัก อากาศก็หนาวเย็น โดยมีลมหนาวมาช่วยเพิ่มบรรยากาศความหนาวให้มากขึ้นไปอีก...




           เวลา17.00น. พวกเราก็มาถึง New Brigde พวกเรารีบ เปลี่ยนชุด และดื่มน้ำร้อน ให้ร่างกายอุ่น และวันนี้ เราได้ 2 ห้องนอน แต่1 ห้องนอน มีแค่ 2 เตียง เลยต้องเพิ่มที่นอนกิตติมศักดิ์บนพื้นอีกครั้ง พอได้ห้อง และกระเป๋าสัมภาระก็รีบอาบน้ำ ค่าน้ำร้อน 150Rs/คน ถึงพวกเราจะลงมาต่ำมาก แต่ด้วยฝนตกหนัก ทำให้อากาศหนาวจับใจที่มาพร้อมกับลมปะทะร่างทั้งคืน ทานข้าวเย็นแต่หน้าชา มือชา และไฟก็ติดๆดับๆตลอดทั้งคืน

เละตุ้มเปะ ทั้งคนทั้งพื้น

วิวจากที่พัก New Bridge

วันที่ 15 เมษายน 2560

          วันนี้ เราตื่นกันได้สายหน่อย เพราะพวกเราพักใกล้กับจุดปลายทางที่จุดจอดรถมากขึ้น พวกเราตื่นกัน 7 โมงกว่า แล้วเราก็ออกเดินทางกัน เวลา 8.20น. วันนี้อากาศดี แสงแดดส่องทางให้เรา ทางเดินเป็นแนวราบ ขึ้นนิดหน่อย ลงมากหน่อย เป้าหมายเราคือ การไปถึงจุดจอดรถ (ฺฺBirethani) ก่อนเที่ยง ขณะเดินเราก็ผ่าน ชาวบ้านแบกตะกร้าส้มมาขาย เห็นชาวบ้านต้อนฝูงแกะ และวิถีชาวเขาไปตลอดทาง จนเพลิน












    แล้วผมก็ต้องเจอกับทางขึ้นชัน(อีกแล้ว) กั้นใจเดินไป พอเดินจนสุดทาง ผมก็ดีใจแทบแย่ มันคือ ถนนทางรถวิ่งนี้เอง และมันก็คือ ความหมายว่า เราถึงแล้ว Birethani (จุดจอดรถ) ท่ารถที่ รถJeep มารอรับพวกเรา ไม่รู้ว่า จะดีใจ ภูมิใจ สบายใจ หรืออะไรก็ไม่รู้ที่ประดังเข้ามา แต่ผมรู้ว่า ผมทำสำเร็จ จากคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายมากหนัก ไม่มีประสบการณ์เดินป่าเดินเขา ไม่เคยไปถึงยอดเขาหิมะ ไม่เคยเดินทางแบกเป้บนขาของตัวเองที่มีระยะไกลขนาดนี้มาก่อน แต่วันนี้ เวลานี้ ผมทำได้ ผมทำสำเร็จ ทุกคนดีใจกันมาก จนพี่เอมี พูดว่า "ABCใจถึงก็ไปถึง" ซึ่งมันก็จริง ทุกคนสามารถไปถึงได้ ถ้าคุณส่งใจไปรอที่ABC และก้าวต่อไปมันก็ถึงได้
แบกกระเป๋าสัมภาระมาไกล แต่ก็หมายถึงว่า ใกล้จบการเดินทางรอบนี้แล้ว

ได้เห็นเส้นทางนี้....ก็ดีใจแล้ว


        ขณะที่ผมเดินไปต้องที่พักทานข้าวเพื่อรอรถมารับ ซึ่งตอนนี้เวลาประมาณ 11.00 น.  และฟังเพลงอยู่ที่ทานอาหารเที่ยง ผมก็คิดทบทวนทุกอย่างจนได้ว่า

        การเดินแห่งความทรงจำที่เหนือความคาดหมาย กว่าจะไปถึงจุดหมายและกลับมา มันไม่ง่าย มีเรื่องราวระหว่างทางให้เก็บเป็นประสบการณ์เดินทางหน้าใหม่ของชีวิต ต้องผ่านความสูง เดินขึ้น-ลงสุดเขาไม่รู้กี่ลูกด้วยระยะทางเกือบ150กม.ตลอด9วันที่ผ่านมา ❄ความหนาวเย็นแบบ-10 บนเทือกเขาหิมะ ความเจ็บปวดทั้งตัวทุกวัน 😔ความกังวลกับโรคแพ้ความสูงที่น่ากลัว(กลัวว่าจะไม่จบทริปและต้องกลับด้วยเฮลิคอปเตอร์) 😖ความเหนื่อยล้าที่ถาถมเข้าตลอดทุกย่างก้าว ความโหดร้ายของเส้นทางและสภาพอากาศที่แปรปรวน และอีกมากมาย ต่างๆนานา แต่สิ่งแลกกลับมามันเกินกว่าคำว่า 🏆คุ้มค่าในชีวิต ความภูมิใจ ซะใจ ความดีใจ ความอลังการที่ธรรมชาติสร้างแบบพาโนรามา เกินกว่าจะหาคำมาอธิบายใดๆ การก้าวข้ามขีดจำกัดความท้าทายและเข้าใจว่า "เราก็สามารถ ผ่านความยากลำบากของกายไปได้อย่างสมบูรณ์ โดยใช้ใจนำไป แล้วกายก็จะมีแรง อยู่กับตัวเอง อยู่กับปัจจุบัน ไม่สนใจอนาคต(เป้าหมายปลายทาง) ไม่คิดถึงอดีต(ทางที่ผ่านมา) ไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับใจเราเอง แค่เดินไปเดี๋ยวมันก็ถึงเอง

    "A.B.C. แค่ชนะใจ ก็ไปถึงได้"(ต้องเตรียมตัวให้ดีๆๆๆจริง)"  

    ผมพูดได้เลย ว่า ความสวยงาม อลังการของธรรมชาติ ในเส้นทางเดินไป ABC ที่ผมถ่ายมานั้น มันน้อยนิดกว่าของจริงมากมาย

     เวลา 12.00 น. พวกเราก็ได้นั่ง รถJeeb ซึ่งค่ารถJeeb เดินทางจาก Birethani - Pokhara เหมาทั้งคัน 3000 Rs โดยระยะเวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. จะต้องผ่านจุดตรวจคนเข้าออกและ ประทับตรา Tim Card จากนั้นก็นั่งโยกเยกกันไปจนถึงที่พัก Cystral palace ซึ่งเราก็มาถึง 15.00 น. ที่Pokhara(โพขรา) เป็นการจบการเดินทาง เดินป่า ขึ้นเขา ABC ที่ยิ่งใหญ่ อย่างบริบูรณ์สวยงาม มันคงจะเป็น บันทึกการเดินทางของผมที่ประทับใจน่าจดจำไปตลอดชีวิต
รถ Jeeb คันนี้ พาเรามาแล้วก็ พาเรากลับ
จุด Check Tim Card

            ปล.  การเดินทางเส้นทาง Poon hill-ABC ครั้งนี้ มันจะยังคง ตราตรึงอยู่ในใจของผมไปอีกนานเท่านาน ผมอ่านหนังสือหาข้อมูลมามากมายกับเส้นทาง ABC แต่พอก้าวขาไปดูด้วยตัวเอง มันอลังการ ยิ่งใหญ่ กว่า อ่านหนังสือเป็นร้อยๆ เล่ม  มันเป็นมากกว่าภาพที่มองเห็น เพราะมันที่ ทิวทัศน์ บรรยากาศ อารมณ์ ความรู้สึก ที่ยากเกินบรรยาย แต่มันติดตาตรึงใจมิรู้ลืมเลือน ผมบอกเลย "เพื่อนๆต้องเดินออกด้วยเท้าก้าวออกไปสัมผัสกับABC ด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต.."

                                    ...Mission Complete...
----------------------------------------------------------------------------------------
  บอกกัน..นิดนิด!!
     เหตุการณ์ของช่วงนี้ อยากจะเตือนบอกเพื่อนๆว่า ให้เตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเสมอ แม้ว่าจะจองทุกอย่างแล้วก็ตาม จาก เหตุการ์ของพวกผมที่ Bamboo หรือจะเป็นการจองที่พักที่ Jhinu ไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ และ กลุ่มฝรั่งที่ต้องเดินจนดึกไปที่Chhomrong.
........................................................................................................

  ข้อมูลภาคพิเศษ รีวิว Review Annapurna Base Camp Special (บทสรุป คำแนะนำ การเดินเขา และ อาการของโรคแพ้ความสูง)
                                         
                                           ตะลุยกัน มันทุกที่ นี้คือเนปาล.. (เก็บตก Pokhara-Kathmandu City site)


กด Like ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวดีๆ ได้ที่ www.facebook.com/backpackgo 


Comments