เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) กับสองพี่น้อง2 (เมืองปุตราจายา-China town-Market Center-จตุรัสเมอร์เดก้า-Time Sqaure mall-J Co. Donut)

เที่ยว Kuala Lumpur แบบสองพี่น้อง ตอนที่1

ภาค 2 ท่องเที่ยวทั่วกัวลาลัมเปอร์แบบวันเดียวครับ
         เริ่มตื่นตั้งแต่ 7.30 น. เตรียมหมวก แว่นตาดำ และกระเป๋าเป้ ที่สำคัญเงินมาเลย์และแผนที่ ครบแล้วก็พร้อมลุยสู่ เมืองปุตราจายา หรือเมืองCyberjaya(เมืองศูนย์ราชการใหม่ของมาเลเซีย) โดยนั่งรถไฟฟ้าไปเริ่มกันที่KL Sentral เพื่อนั่งKL Express(สายที่มาจากสนามบิน) ลงที่สถานีPutrajaya
   พอมาถึง KL Sentral ผ่านห้างNu sentral ก็จะพบกับ KL Sentral Hall ลงบันไดเลื่อน มองด้านขวามือก็จะพบกับ ป้ายKLIA Transit และด้านขวาล่าง คือที่ซื้อตั๋วครับ แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า จะไป Putrajaya station
                 ค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูง คือ คนละ RM 9.50(ถ้าไปสนามบิน คนละ RM 35) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็จะถึงปลายทาง
                                      ตารางเวลา เดินรถ ทั้งขาไปและกลับ
  เมื่อได้ตั๋วก็ ผ่านประตู เข้าสถานีกันเลย และก็เดินลงไปข้างล่าง จะเป็น Platform เราขึ้นที่Platform2
                      บันไดเลื่อนที่ลงมาจาก ประตูทางเข้าจะเป็น รางรถไฟใต้ดินแบบนี้ครับ
                                                     ป้ายบอกสถานีที่จอด
                   รถไฟมาแล้วครับ ขึ้นไปหาที่นั่งกันได้เลย ตามสบาย ใครอยากมองข้างทางก็ริมหน้าต่าง ใครจะนอนก็หามุมดีๆหาที่พิงให้เหมาะๆ อย่าให้น้ำลายไหลให้อายแขกนะครับ และอย่าหลับจนเลยสถานีกันนะครับ
                                                       
ถึงแล้ว สถานีPutrajaya ลงจากรถแล้ว หาทางออกต้องขึ้นด้านบน แล้วมองป้ายไปตามป้าย เพื่อไป Bus Station ของ Putrajaya Sentral 
Putrajaya หรือ Cyberjaya เป็นเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ สำหรับเป็นศูนย์กลางราชการของประเทศมาเลเซีย ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่นี้จะเป็นข้าราชการ ประชากรจะน้อยมาก ประเลสาบก็ขุดใหม่ ไม่ใช่เกิดจากธรรมชาติ วางแผนผังต่างๆใหม่หมด และใช้เทคโนโลยี ความทันสมัยใส่ลงไปในเมืองนี้ครับ
ตรงนี้ ผมขอ Update ข้อมูลการเดินทางใหม่ ในPutrajaya นะครับ เพราะบางคนที่เคยเขียนไว้จะใช้ไม่ได้แล้ว ที่นี้เขาเปลี่ยนแปลงใหม่หมดเลย
โดยเริ่มจากรอที่ Bus terminal ที่ติดกับอาคารของสถานีรถไฟนะครับ ไม่ใช่อาคารที่เดินเลยไปอีก
ลงบันไดมาจะพบที่นั่งรอ(ลงบันไดด้านขวาของภาพครับ) ลงมาแล้วมองด้านซ้ายมือ หาจุดจอดรถที่5
  
จุดจอดรถที่ 5 รถเมล์สาย J08 ครับค่ารถ คนละ RM 0.5(ต้องเตรียมให้พร้อมนะครับ แล้วไปหยอดตู้ที่หน้ารถ ตอนขึ้นรถครับ ดังนั้นจะไม่มีการถอนเงินนะครับ) แล้วพนักงานขับรถจะให้ตั๋วโดยสาร
.
รถเมล์จะวิ่งไปจอดที่หน้า Putra Masjid(มัสยิดสีชมพู) เลยครับ นั่งประมาณ15-20 นาที หน้าจะได้ ไม่ต้องกลัวหลงเพราะ มัสยิดจะเด่น ใหญ่ชัดมาก

 รถจะจอดก่อนถึงมัสยิดเล็กน้อย แต่จะเห็นทัวร์ และนักท่องเที่ยวกันมากมาย หน้าตามัสยิดจะเป็นแบบนี้ครับ อยู่ด้านข้างของวง้เวียนใหญ่ๆ ที่มีธงมากมาย 
                                         ประตูใหญ่ ทางเข้าสู่บริเวณ ศาสนสถานครับ
                     เมื่อเดินผ่านก็จะพบกับ มัสยิดแบบนี้ แต่เขาจะมีกฎ การแต่งตัวนะครับ คือ ต้องขายาวปิดเข่า เสื้อมิดชิด แต่ผู้หญิงต้องมีผ้าปิดหัว ซึ่งผมเห็นผู้หญิงส่วนใหญ่จะต้องใส่ชุดคุมที่มัสยิดได้เตรียมไว้ให้. ก่อนเข้าพื้นที่ชั้นใน(ลงจากฟุตบาทแล้ว หรือ เลยจากหลังคาประตูใหญ่ ก็คือ ชั้นใน ถ้าแต่งตัวไม่เรียบร้อย อย่าก้าวลงไปนะครับ จะมีเจ้าหน้าที่มาเตือนให้ขึ้นไปด้านบนฟุตบาท!) ที่รับชุดคุม จะอยู่ด้านขวามือ เรียบฟุตบาทไปจะเจอครับ

เป็นมัสยิดที่่ใหญ่ และเป็นสีชมพูสวยงามมากๆ 
                      เดินสู่ตัวอาคารมัสยิด ถ้าไม่ใช่ชาวมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม เขาจะอนุญาตให้เขาไปชมแค่นิดเดียว แต่ถ่ายรูปได้ครับ
อันนี้ คือชุดคุม ที่ เจ้าหน้าที่มัสยิดเตรียมไว้ให้เพื่อเดินชมพื้นที่ ชั้นใน




ความสวยงาม วิจิตรตระการตา ของPutra Masjid ลวดลายละเอียดแต่ผมสังเกต เขาพยายามจะทำทุกอย่างให้สมมาตรกัน โดยมีจุดศูนย์กลางทั้งหมด
และเราก็เดินชมบริเวณรอบๆ  มัสยิด ทุกอย่างของเมืองนี้จะสร้างใหญ่โต 






ถ้ามา Putrajaya ต้องมาที่ Pink Masjid(Putra Masjid) ถ้าไม่มา ถือว่า "เดินทางมาไกล แต่ไปไม่ถึง"
 และก็ถือโอกาส ถ่ายรูปคู่กับ มัสยิดสีชมพูสักหน่อย :)
และถ้าหันหน้าไปทางมัสยิด มองมาทางด้านขวาจะพบกับอาคารใหญ่บนเนินแบบนี้ คือ Perdana Putra ซึงเป็นที่ทำงานของ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
 ผมใช้เวลาที่นี้ถึง 11.30 ก็ได้เวลากลับสู่ KL โดยนั่งรถเมล์ เราต้องเดินไปทางด้านขวาของภาพ(ด้านซ้ายมือของอาคารPerdana) จะมีถนนขึ้นเนินไป แล้วจะมีวงเวียนเล็ก ให้เราเดินตรงไปเรื่อยๆ จะมีFood countกลางแจ้งอยู่ และจะมีห้องน้ำบริเวณนั้นเลยครับ ผ่านไปอีกนิดเดียวก็จะพบกับ สถานีรถเมล์ โชคดีที่มีหลังคา เพราะอากาศร้อนมาก จนเสื้อชุ่มไปด้วยเหงื่อเลย รอรถ ที่ลงท้าย 01 จะกลับไปที่Putra Sentral ก่อนขึ้นถามสักหน่อยนะครับ ว่า จะไป Putra Sentral ก็จะดี เพราะที่ผมอ่านป้ายจะมี 1 สายที่ออกไปเมืองอื่น ที่ส่วนใหญ่จะไปที่ Putra Sentral เหมือนเดิมครับ คนละ RM 0.5  ลงปลายทางเลยครับ แล้วก็กลับ KL โดยKLIA EXPRESS 
เมื่อถึง KL ผมก็กลับ รร. ก่อนครับ ขออาบน้ำหน่อย เพราะอากาศร้อนมากจนเพลียจะหลับบนรถไฟExpress ตลอดทางเลย 
อาบน้ำให้สบายตัว แล้วได้เวลาตะลุย China Town of KL. จากที่พัก ก็ประมาณ13.00น.แล้วก็เดินไปได้เลย เดินเลยสถานีMaharajalale ไป จะมีสะพานข้ามถนน พอข้ามไปจะพบกับศาลเจ้าจีนอยู่บนภูเขา เดินไปหน่อยจะพบอีกศาลเจ้าจีนที่อยู่ริมถนน เลยไปอีกนิดจะมีซอยด้านขวามือ เข้าไปในซอยเดินไปเรื่อยๆจะ เจอทางเข้าChina townครับ


 แผนที่ China townครับ
ถนนคนเดิน China Town (Petaling Street) เป็นที่รวมสินค้าและผู้คนชาวจีน และนักท่องเที่ยว
ผมก็ตามหา ผัดซีอิ้วซอสดำของมาเล ที่มีชื่อเสียง Koon Kee Wun Tun Mee
โดยเดินเข้าไปจนเกือบสุดตลาดอีกด้าน สี่แยกสุดท้ายก่อนถึงปลายทาง เลี้ยวขวา เดินไปอีกหน่อย ร้านจะอยู่ ขวามือ ดูด้านบนตรงหลังคาจะ เขียนKEDAL KOON KEE หลังร้านค้าและรถเข็นขนมถังแตก ร้านจะโบราณ เก่าๆ มืดๆ แต่อร่อย ทั้งแบบแห้ง และ น้ำ (น้ำซุปอร่อยมากๆๆๆๆๆ) มีน้ำคล้ายๆลำใย ชื่นใจสุดๆ เพราะอากาศร้อนมาก ได้น้ำหวานเย็นๆ ก็สดชื่น เรียกน้ำย่อยได้ทันที

               สั่ง เป็นจีนกลางได้ครับ กาน แปลว่า แห้ง/ ท่าง แปลว่า น้ำซุป จานเล็ก ประมาณ RM 6  เปิด10.00-21.30 ทุกวัน
พอทานหมี่ แล้วก็ไปไหว้เจ้าสักหน่อย โดยออกมาจากร้อนเลี้ยวซ้าย เดินตรงผ่านถนนPetailing ไปจะเจออีกถนน เลี้ยว ซ้ายจะเจอกับศาลเจ้า Guan Di Temple

 ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าจีนแล้ว ก็ไปสู่วัดแขก อยู่เยื้องๆกัน 
Sri Mahamariamman Temple
วัดของศาสนาพราหมภ์ฮินดู
แต่เราไม่ได้เข้าไป ดูแล้วเล็กๆ และต้องฝากรองเท้าด้วย เลยแค่ถ่ายรูปด้านหน้าเท่านั้น

จุดหมายต่อไป คือ Center market โดยเดินกลับไปทางเดิม ผ่านศาลเจ้าจีน แล้วเดินตรงไป จะเจอซอยด้ายซอยมือ ให้ข้ามไปจนถึงถนนใหญ่ครับ ข้ามถนนไปแล้วเลี้ยวซ้ายเดินสัก 10 นาที ก็จะเจอ อาคารใหญ่สีฟ้า มีลานจอดรถอยู่ด้านหน้า นั้นก็คือ Center market 
ให้เดินเขาด้านหน้าจะดีที่สุดครับ ตรงประตูใต้ป้าย Center market นั้นแหละครับ เพราะถ้าไปด้านข้างจะตากร้อนไปไกลกว่าจะมีประตูข้างครับ ที่นี้สามารถจะซื้อสินค้า ของฝากต่างๆได้จากที่นี้ ไม่ว่าจะของท้องถิ่น ของโชว์ ช๊อกโกแลต ฯลฯ(แนะนำว่า ถ้าตั้งใจจะซื้อของ ควรที่จะทำกระเป๋าให้วางจะได้ใส่ของเพิ่มได้)  ได้จากที่นี้ เข้าไปแล้ว ผมกับน้องดีใจมาก! มีแอร์เย็นช่ำ สบายเลย เพราะข้างนอกอากาศร้อนอบอ้าวมาก และเป็นอาคาร2ชั้น แต่ด้วยที่ผมกับน้องไม่ใช่นักช๊อปเท่าไร เลย เลือกหาที่นั่งพักขา และถือว่าตากแอร์  เวลาตอนนี้ก็ประมาณ 15.00 น. (Coffee Break พอดี555) เดินเข้าไปจนพบกับ ร้านกาแฟขึ้นขึ้นของมาเลเซีย คือ OLD TOWN WHITE COFFEE  ไม่รอช้าหาที่นั่งและขอเมนูสั่งเลยครับ แต่ไปทำหน้าแตกไว้ เพราะคิดว่าเรียกพนักงานมาจด เรียกเท่าไรเขาก็ไม่มาจด เอาแต่เมนูมาให้ แต่จริงๆแล้วเขามีกระดาษ ใบสั่งอาหาร ให้จดที่โต๊ะเลยครับ ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อเลย! 
 Menu Old town white coffee
ใบสั่งอาหาร
หน้าร้านจะเป็นแบบนี้ การสั่งออเดอร์ คือ ให้ดูในเมนูจะมีรหัสสินค้าอยุ่ ก็จดลงในใบสั่ง พร้อมจำนวนที่จะสั่งครับ แล้วเดินเขาไปข้างใน จะมีเคาว์เตอร์ด้านซ้ายมือ คอยรับ และชำระเงิน (ตรงที่คนเสื้อเทายืนด้านในนั้นละครับ) ผมกับน้องไม่รอรี ผมเป็นคนไม่ชอบดื่มกาแฟเลย แต่นั่งร้านนี้ก็ต้องสั่งกาแฟสิครับ ผมสั่งแบบClassic แต่น้องสั่งHazelnut สำหรับผม Hazelnut อร่อยครับ หอมถั่ว หวานหน่อย แนะนำครับ สำหรับคนชอบหวานและกลิ่นถั่ว จากไม่ชอบกลายเป็นดื่มหมดเลย(แย่งน้อง555) แต่Classic แนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟพริวๆ ไม่หวาน กลิ่นกาแฟออกเต็มๆ

                      ด้านหน้า เป็นClassic ด้านหลังเป็นHazelnut(แนะนำเลยครับ ผมชอบ!!)
ด้านข้างร้านกาแฟจะเป็นร้านขายช๊อกโกแลตครับ ใครที่อยากได้ช๊อกโกแลตไปฝาก ก็สั่งแล้วค่อยไปดูก็ได้ เพราะติดกันเลย มีช๊อกโกแลตหลายแบบ หลายยี่ห้อมากๆ
นั่งพัก ตากแอร์สัก 30 นาที ก็ตัดสินใจไปกันต่อที่ Merdeka Square ซึ่งดูจากแผ่นที่แล้วไม่ไกลมาก เราเดินทะลุไปด้านหลัง Center Market จะผ่านตรอกงานศิลปะ ภาพวาดขายกัน แต่มีไม่กี่ร้าน แต่ภาพสวยนะครับ ทั้งคนสำคัญในและนอกปท. วิว จำพวกนี้ เราเดินทะลุออกมาถึง ถนนใหญ่ เลี้ยวซ้ายเลย เดินไปไม่ไกล จะมีสะพานข้ามคลอง ตรงข้ามจะมีมุมถ่าย Jamak Mosque พร้อมกับวิวแม่น้ำและตึกสูงสวยดีครับ
อาคารสีขาวๆ ที่เป็นโดม คือ Jamek Mosque มัสยิดที่สวยงามของกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ผมไม่ได้เดินเข้าไปที่นี้ครับ ได้แต่ถ่ายไกลๆ จากตรงนี้เราเดินต่ออีกนิดเดียว ก็จะเจอกับ อาคารโบราณสวยงาม กับจตุรัสที่กว้างขวาง พอสมควร นั้นก็คือ Merdeka Square.
 รูปภาพอาคาร สำคัญๆ รอบ Merdeka Square
                                                    อาคาร Sultan Abdul Samad
                                                     น้ำพุแห่งชัยชนะ
วันที่ไปถือว่า โชคร้ายครับ เขาปิดถนน เหมือนกับมีบุคคลสำคัญมาที่อาคารนี้ เลยปิด ไม่ให้ใคร เขาใกล้หรือเดินผ่านเลย ได้ถ่ายจากไกลๆ แต่ก็ถือว่า สวยมากครับ มาถึงกัวลาลัมเปอร์แล้ว ควรมาที่นี้ครับ Merdeka square เพราะถ้าไม่มา ถือว่า "เดินทางมาไกล แต่ไปไม่ถึง"ครับ

แต่ยังมีอาคาร ที่เปิดคือ KL City Gellery ด้วยความที่น้องชอบแนว Gellary เลยเข้าไปดูสักหน่อย เป็นสถานที่รวบรวมความทเป็นมา ของเมืองนี้ แล้วเล่าให้เราฟัง คือ ผ่านประตู RM5 ต่อคน แต่สามารถไปแลกเป็นน้ำหรือเบเกอรี่ได้ที่ห้องของที่ระลึกครับ 
เราได้เดินเข้าไป สู่ห้องแรก คือ ประวัติ และชนชาติของคนกัวลาลัมเปอร์ ห้องต่อไป เป็นห้องเล็ก จัด รูปจำลองการใช้ชีวิตคนจีน และการไหว้ตรุษจีน แล้วก็มีห้องน้ำอยู่ด้านหลัง ห้องนิดเดียว แล้วเราต้องเดินกลับไปทางเดิม เราสองคนมองกัน แล้วน้องพูดตลกว่า"แขกหลอกดาว" คือ คงจะโดนหลอกค่าตั๋วให้มาซื้อน้ำมั้ง หัวเราะและทำใจ จะเดินไป ห้องของที่ระลึก แต่แล้วก็มีบันไดให้ขึ้นไปด้านบน เป็นห้องTheater ผ้าดำปิดทางเข้า แล้วก็ ที่มีฝรั่งนั่งรออยู่ สีห้าคน เราก็เลยรอ ไ้ดยินแต่เสียงดนตรีไม่มีคำพูดหรืออะไรเลย ก็นั่งเดากันไปแบบทำใจสุดๆ "เอาน่า ก็ดีกว่า จัดห้องวิถีจีนแล้วออกเลย!." แต่เมื่อเข้าไป เจ้าหน้าที่บอกให้เดินไปที่จุดสีเขียวแล้วรอ ถ่ายรูปห้ามใช้แฟลต เราก็รอ พอการแสดงเริ่ม ต้องร้อง พระเจ้า! มันสวยงาม แปลก ดูดีมากๆๆๆๆ เป็นการPresent ทุกอย่างของเมืองนี้ อย่างน่าสนใจ


เป็นเมืองจำลอง โมเดล พร้อมแสงสีต่างๆ ข้อมูลอดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคตว่า นโยบายจะทำอะไร ขนาดไหน ได้อย่างตระลึงและน่าสนใจสุดๆ พอจบการแสดง เราถือว่า คุ้มแล้ว RM 5 ที่เหลือกำไร คือ ลงไปแลกน้ำ555. แนะนำครับ สำหรับที่นี้ คุ้มค่า และเป็นการลงทุน Present ที่ดี ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที  ต่อ รอบ แล้วเราก็เดินลงมาที่ห้องของที่ระลึก มองนาฬิกาประมาณ16.45น. ด้วยความที่ยังไม่แนว Art Gellary เท่าไร เลยดูว่าจะไปไหนต่อ น้องก็เห็น Islamic Art Museum น่าจะไม่ไกลมาก แต่เรื่องเวลาปิด ไม่รู้ว่ากี่โมง เลยถามเจ้าหน้าที่ของGellary เลยรู้ว่า ปิด18.00น. มีเวลาประมาณ 1.30 ชม. คิดแล้วน่าจะไปกันทัน เลยออกเดินทาง

เส้นทางที่เดิน ออกจากKL City Gellary แล้วเลียวขวาตรง Textiles Mesuem
National Textile Museum เป็นตึกหน้าตาแบบนี้นะครับ สวยอีกแบบ เลี้ยวไปทางขวา เดินตามทาง จะลอดอุโมงค์ ใต้ถนน เดินไปจนถึง National Mosque อยู่ตรงข้ามกับ Police Station ซึ่งมีซอยอยู่ตรงนั้น ให้เดินตรงเข้าไป เป็นทางขึ้นเขา เส้นทางนี้จะสามารถ ไป Bird Park,Butterfly Park ด้วย พอเดินเข้าไปจะเจอ สามแยก เลี้ยวซ้ายจะไปสู่ Bird Park แต่เราจะไปทางขวา เดินไปนิดเดียวก็จะเจอกับ Islamic Art Musuem เราเดินกันเร็วมาก ประมาณ20นาทีก็ถึง
Islamic  Art Musuem เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ วัฒนธรรม ประเพณี สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต  คัมภีร์รูปแบบต่าง รวมไปถึง การสงคราม อาวุธที่สำคัญๆ ในทุกประเทศของโลกที่นับถึงศาสนาอิสลาม ค่าเข้า RM14 ต่อคนครับ



เป็นการจำลองมัสยิดที่สำคัญต่างๆ ทั่วโลก ละเอียด เหมือนจริง พร้อมประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่างๆ
เดินดูกันจนถึง เกือบ 18.00น. จึงขอกลับไปตั้งหลักกันที่ รร. ก่อน เพื่อไปทานอาหารมื้อดึก
โดยเดินกลับทางเดิม จนถึง Police station เดินไปทางขวา ตรงข้ามก็คือ KL Railway Station 
KL Railway Station
จากหน้า สถานีตำรวจ จะมีอุโมงค์ ลอดใต้ถนน(อย่าทำเหมือนพวกผมนะครับ ด้วยความไม่รู้ว่ามีอุโมงค์เลยจัดการข้ามถนน ที่ใกล้วงเวียนและรถก็เร็วด้วย เหมือนบ้านนอกๆๆๆ เข้ากรุงมาก ใช้เวลาข้ามที่นานมาก พอข้ามมาฝั่งRailway Station ค่อยเห็นว่ามีทางลอดอุโมงค์ซะงั้น เอาชีวิตไปอยู่บนถนนตั้งนาน :P) พอข้ามมาได้ ก็เดินเข้าสถานีจะเป็นทางมืดๆนิดหนึ่ง ผ่านห้องโถง เข้าไปที่ชานชาลารถไฟเลย แล้วเลี้ยวซ้าย จะมีสะพานข้ามรถไฟ เพื่อไป ชานชาลา2 ลงจากบันได จะมีพนักงานขายตั๋วรถไฟ บอกเขาว่า KL Sentral เขาจะให้ตั๋วมา ราคาคนละ RM 1 เท่านั้น
 สถานีเดียวก็ถึงครับ แต่ไม่ใช่ปลายทางของขบวนนะครับ รถไฟจะไปต่อจากKL Sentral อีก
แล้วเราก็ออกมาที่ KL Sentral hall อีกครั้ง ตรงกลับ รร. ทันที ร้อน เมื่อย จนอยากอาบน้ำมากแล้ว555
ออกจกาสถานีอย่างสดชื่น นั่งรถไฟฟ้าไปลง Imbi เพื่อไป ห้างที่ใหญ่มากของKL มีสวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย อยู่ในชั้น5-7 มีรถไฟเหาะตีลังกาด้วย สุดยอด
หาอะไรทานเป็นมื้อเย้นแก้หิว ก็ไปต่อที่ห้าง Pavilion ลงรถไฟฟ้าที่ สถานี Bunkit Bintang แล้วลงฝั่งตรงข้ามกับไป Jalan Alor จะเจอห้างที่มี H&M เลี้ยวขวาแล้วตรงไป จะเห็นห้างใหญ่อยู่ด้านหน้า นั้น คือ ห้าง Pavilion นั้นเอง ห้างคล้ายๆกับ สยามพารากอนบ้านเรา ที่มาที่ห้างนี้ เพราะอยากลอง Donut J Co.เขาว่าอร่อยกัน เลยต้องลองสักหน่อย


สำหรับผมคิดว่า อร่อยแต่ไม่มากครับ เนื้อขนมปังจะนิ่มมากๆ  แต่หน้าที่ใส่ต่างๆ รู้สึกว่า ธรรมดา แต่ถ้าใครชอบหรือได้มาก็ลองดูได้นะครับ อาจจะชอบก็ได้นะ 
แนะนำ สำหรับห้างนี้ ที่สำรวจมา Old white coffee ที่เป็นแบบPack ใหญ่ ราคาจะถูกสุดเท่าที่ดูมานะครับ จบการเดินทางคืนสุดท้ายโดนัทที่ห้างPavilion KL.


  แถมเพิ่มเติมให้หน่อยครับ เผื่อใครต้องฝากของที่สถานีรถไฟKL Sentral ที่นี้มีตู้ฝากของอัตโนมัติที่อยู่ใกล้ห้องน้ำ และอีกจุด ซึ่งแนะนำสำหรับผู้มีกระเป๋าใบใหญ่ ให้ขึ้นไปชั้นบน ฝั่งตรงข้ามกับ Nu Sentral แล้วเลี้ยวขวา ที่ฝากจะอยู่ขวามือครับ หลังตู้ATMสีฟ้านั้นแหละครับ สามารถฝากได้ตั้งแต่ 8.00-22.30น. ถ้าใบเล็กจะคิด RM3 ใหญ่ RM5


จบการเดินทางมาเลยเซียในรอบนี้ แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณสำหรับการติดตาม ข้อมูลที่ผมให้อาจจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ ขอให้สนุก ลุยไป ใช้ชีวิตให้คุ้มค้าครับ เมือออกเดินทางแล้ว ต้องให้คุ้มค่า คุ้มเวลา
"เดินทางมาไกล ต้องไปให้ถึง"

ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่ : www.facebook.com/backpackgo

Comments

Popular posts from this blog

10 คำถาม ที่ควรถามเพื่อนก่อนตัดสินใจไปทริปร่วมกัน

เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) กับสองพี่น้อง 1 (Twin tower-Jalan Alor)