กรมศุลฯ เร่งติดเครื่องเอ็กซเรย์สแกนกระเป๋าเดินทางหาสิ่งผิดกฎหมาย-สินค้าแบรนด์เนม

โรงแรมอนันตรา สยาม นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยในงานเปิดตัวโครงการด้านความมั่นคงขององค์การศุลกากรโลก ภายใต้เงินทุนสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 7 ล้านเหรียญสหรัฐ ว่าองค์การศุลกากรโลก (WCO) ให้ความช่วยเหลือไทยในด้านต่างๆ เช่น โครงการ Program Global Shield (PGS) สกัดกั้นองค์การอาชญากรรมไม่ให้เข้าถึงระเบิดแสวงเครื่อง และป้องกันการลักลอบหลีกเลี่ยงขนส่งเคมีภัณฑ์และสารประกอบอื่นๆ เพื่อนำไปผลิตระเบิดแสวงเครื่อง, การใช้ประโยชน์จากข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า และระบบข้อมูลชื่อ ในการประเมินความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อการร้ายต่างชาติและกลุ่มอื่นๆ ทะลักเข้ามาในประเทศ, มาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายเข้าถึงอาวุธขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบา
นายกุลิศกล่าวว่า ขณะนี้กรมศุลกากรไทยพยายามปรับปรุงแนวทางการตรวจสอบสินค้าที่ผ่านเข้าไทยทางเครื่องบินเพื่อลดปัญหาอาชญากรรม ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณกว่า 1 พันล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องเอ็กซเรย์คร่อมสายพานตรวจสอบกระเป๋าโดยสารของผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิจำนวน 22 เครื่อง เป็นการตรวจสอบกระเป๋าขาเข้าทุกใบที่โดยสารมาโดยเครื่องบิน หากพบความผิดปกติ เช่น มีการขนอาวุธ ยาเสพติด สารเคมี ลักลอบขนสินค้าตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ทำให้ทราบทันที

"การติดเครื่องเอ็กซเรย์ทำให้ตรวจสอบกระเป๋าของผู้โดยสารนำเข้ามาในไทยได้ 100% ถ้าพบความผิดปกติติดแท็กบนกระเป๋า และส่งเจ้าหน้าที่ไปประกบ คาดว่าการติดตั้งเครื่องจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2560-2561 และนำมาใช้ช่วงปี 2561-2562" นายกุลิศกล่าวและว่า ที่ผ่านมาพบการขนสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาตลอด จากสถิติมีทั้งนอแรด งาช้าง เกล็ดลิ่น และยาเสพติด

นายกุลิศกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข้อกังวลว่าการติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ดังกล่าวเป็นการตรวจเข้มนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมนั้น ยอมรับว่าเป็นผลพลอยได้ แต่ไม่ใช่เจตนารมณ์หลัก เพราะเจตนารมณ์คือดูแลป้องกันการก่อการร้าย ถ้าผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมไม่ได้จงใจหลบเลี่ยงภาษีและนำเข้าตามกฎหมายกำหนดไว้ ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล โดยเครื่องเอ็กซเรย์ดังกล่าวไม่ได้บอกชัดว่าเสื้อผ้าและกระเป๋าที่บรรจุในกระเป๋าเดินทางนำเข้ามาในไทยนั้นเป็นของยี่ห้อหรือแบรนด์เนมใด


ที่มา : มติชนออนไลน์
...................................................................................................................................................................

ติดตามข้อมูลท่องเที่ยว ได้ที่ www.facebook.com/backpackgo




Comments