เที่ยวปีนัง.. เที่ยวชิคๆ กับเมืองอาร์ตๆ และของอร่อยๆ (1)

Penang เมืองอาร์ตๆ ที่พลาดไม่ได้(1)

       ตอนที่ 1.... การเดินทางไปปีนัง ชมขบวนแห่งานไหว้พระจันทร์, หมู่บ้านChew jetty,วัดKek Lok Si และ Penang Hill

       การเดินทางอีกครั้ง ของไปพบสถานที่ Slow life ที่มีแนวอาร์ตๆ สบายๆ จากการที่ตั้งเป้านี้มานาน กับการเดินทางไป เมืองจอร์จทาวน์ในปีนัง George town of  Penang
   Penang ปีนัง เป็นเกาะใหญ่หนึ่งในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รับการพัฒนามาตั้งแต่เป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ จึงมีกลิ่นไอของวัฒนธรรมตะวันตกอยู่บ้าง....
   ใช้เงิน ริงกิตมาเลเซีย อัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 8-9 บาท/ ริงกิต (แต่คำนวนก็คิดเป็น 10บาท/ริงกิต = 1ริงกิต ต่อ 10 บาท จะได้ง่าย)
    
    จุดศูนย์กลางของจอร์ทาว์น สำหรับ นักท่องเที่ยว คือ ห้างคอมต้า(Komtar) เป็นห้างใหญ่ และชั้นล่างเป็น สถานีขนส่ง(รถประจำทาง)และ สถานที่รับ-ส่งรถตู้ หาดใหญ่-ปีนัง ดังนั้น ควรหาที่พัก รอบๆ ห้างคอมต้า จะสะดวกในการเดินทางมากขึ้น

   แต่จุดที่นักท่องเที่ยวสนใจและเป็นเป้าหมายสำคัญ คือ "Street Art กลางเมืองจอร์จทาวน์ปีนัง" 
   มาเริ่มต้นการเดินทาง สู่เมือง ปีนัง กันเลย.........

   วิธีเดินทางไป เกาะปีนัง มี 3 วิธีหลักๆ  
   1.นั่งเครื่องบินตรง จาก ดอนเมือง สู่ ปีนัง(Penang International airport) มี 2 สายการบิน คือ Thai smile และ AirAsia ใช้เวลาเดินทาง 1.45-2 ชม. ง่ายสุด แต่ก็มีค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับคนที่ มีเวลาน้อย.

   2. นั่งเครื่องบิน จากดอนเมือง ลงที่หาดใหญ่ แล้วต่อ รถตู้ผ่าน ตม. ที่ด่าน สะเดา แล้วก็ต่อเข้าไปที่เกาะปีนังเลย จะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชม. มีหลายบริษัท ที่รับจัดโดยสารไป 

        แต่ที่ผมไป กับ นิวชาววังทัวร์ 074-233016 พี่เจ้าของบริการดีมาก ประทับใจและเป็นกันเอง นั่งคุยหรือสอบถามได้ตลอด ราคา 400 บาท/เที่ยว โดยค่ากลับก็ถามที่ พี่ร้านนิวชาววังได้เลย ค่ากลับจ่ายเป็นเงิน ริงกิต ก็ราคาประมาณ 400 บาท)
        เป็นวิธีที่ประหยัดเวลาพอสมควรและก็มีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก




                                      เป็น ตึกแถว ตั้งอยู่ หัวมุม บน ถ.ธรรมนูญวิถี ตัดกับ ถ.แสงจันทร์ 


  3. สายChill เวลาเยอะพอสมควร ต้องวิธีนี้เลย......... รถไฟไทย "ถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่ง" จากหัวลำโพง มาลงที่ สถานี Butterworth(บัตเตอร์เวิร์ท) แล้วก็นั่งเรือข้ามฝากไปเกาะปีนัง หรือ อาจจะนั่งรถเมล์ไปเข้าเมืองปีนังก็ได้นะครับ ใช้เวลา 12-16 ชม. แล้วแต่ความสบายใจของรถไฟไทย ว่า อยากให้เราอบอุ่นบนโบกี้กลิ่นไอไทยๆ แล้วก็ชมวิวบรรยากาศข้างทางไปเรื่อยแค่ไหน....

   ผมเลือกสายกลาง คือ นั่งเครื่องบินลงหาดใหญ่แล้วก็ต่อรถตู้ ไปปีนัง.......... ผมถึงที่สนามบินหาดใหญ่ประมาณ 10.00น. แต่จองรถตู้ไว้ประมาณ 13.00น. แต่วันที่ผมเดินทางใกล้กับงันชาติมาเลเซีนยและวันไหว้พระจันทร์ ที่ด่าน ตม. สะเดา คนเจอมาก ใช้เวลาเดินทางถึง รร. ที่เมืองจอร์ทาวน์ในปีนัง เกือบ 19.00น. พี่คนขับใจดีมาก กลัวเหงาเลยชวนเราคุยตลอดทาง และส่งผมเป็นคนสุดท้ายที่หน้า รร. ที่พักเลย(คิดว่าจะนอนบนรถสักหน่อย เลยอดไป)
...............................................................................................................................................................

    คืนแรก... สำรวจ ตรวจพื้นที่ โชคดีมีแห่ขบวน

        ผมเลยหาของกิน บริเวณใกล้ๆ แล้วก็เดินสำรวจบรรยากาศเมือง แต่ผมโชคดีครับ ที่วันนั้นเป็นวันไหว้พระจันทร์ เลยมีการจัดงาน แห่เทพเจ้าต่างๆ ที่บริเวฯวัดเจ้าแม่กวนอิม มีทั้ง รถแห่ขบวน เทพเจ้าร่างทรง ม้าขี้ และศิษยานุศิษย์ จาก หลายสำนักบนเกาะแห่งนี้
     แต่ที่สังเกต คือ ที่นี้ นับถือ สัตว์ชนิดหนึ่ง คือ งู ที่คลายๆกับ งูเห่า
     เวลาเริ่มแห่ ประมาณ 20.00น. เป็นต้นไป
ข้อควรระวัง  1. ระวังกระเป๋าสัมภาระของมีค่า เพราะผู้คนจะเยอะมาก อย่าไปที่เขาเบียดกัน
                   2. ควรสำรวมและระวังกิริยา ให้เกียรติสถานที่และพิธีกรรม
                  3. อย่าไปขวางบริเวณถนน เพราะจะมีผู้ทรงบางท่านใช้ไม้กระบองยาวเจาะบริเวณแก้มและวิ่งผ่าน เส้นทางขบวนแห่
   

                                     (อากาศที่ปีนัง ร้อนมากๆ พอๆกับภูเก็ตบ้านเราเลย)


        ปีนัง เป็นเกาะ ที่มี ผู้คน หลากหลาย ชนชาติ ศาสนา วัฒนธรรมมากๆ ทั้ง พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิกต์ แลยทำให้ เกาะเล็กๆ แต่มีผู้คนที่หลากหลายแต่มีสายใยที่ผูกผันกัน ศาสนาสถานหลายรูปแบบ อย่างลงตัว จน บางที่ก็ติดกันเลย


.................................................................................................................

  วันที่2....ตะลุยกันมันส์ ที่ปีนัง ขึ้นเขา ไหว้พระ หาของกิน

               สภาพบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่องของจอร์จทาวน์ เป็นแบบสไตล์ ชิโนโปรตุกีส เป็นส่วนมาก แล้วก็ผสมผสาน แบบอิสลาม-จีน เข้าไปอย่างกลมกลืน อาจจะสงสัยว่า เป็นแบบไหน ให้คิดถึง ถ.ถลางที่จ.ภูเก็ต จะมีบรรยากาศลักษณะประมาณนั้น แต่มีมากกว่า เดินทาง ที่กลางเมืองนั้น ง่ายและสบาย โดยการขอ แผนที่จากโรงแรมหรือ Google map ก็ได้..

    ในช่วงกลางคืน ถ้าอยู่นอกพื้นที่นักท่องเที่ยวก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะบางที่จะมืดและอันตรายได้
    ข้อแนะนำ ปีนัง เป็นเกาะ อาจจะมีฝน ควรพกร่ม และ สวมรองเท้าที่กระชับใส่สบายเท้า            

     วันนี้ ผมมีแผนที่จะเดินทางออกไปนอกเมืองจอร์จทาวน์หน่อย โดย ผมใช้วิธีการเช่า มอเตอร์ไซต์ มีร้านเช่าอเตอร์ไซต์ มีหลายร้าน ที่ ถ. Lebuh Kimberley
       ราคาค่าเช่า จะมีตั้งแต่ 30-60 ริงกิต/วัน ต่อรองราคากันได้ โดย
       1.ใช้ใบขับขี่มอเตอร์ไซต์ของไทยที่เป็นบัตรแข็ง(Asean license) ได้....... แต่เขาบอกว่า ตำรวจมาเลเซีย ถ้าจะจับก็ไม่สนใจบัตรนี้หรอก เขาถือว่า ผิดกฎหมายอยู่ดี
       2. จะมีค่ามัดจำรถ ประมาณ 100 ริงกิต ตอนคืนรถจะได้คืน ไม่รวมค่าเช่านะครับ
       เราจะได้รับรถมอเตอร์ไซต์ และ หมวกกันน็อต
 
    คนพร้อม รถพร้อม แผนที่พร้อม เงินพร้อม กล้องพร้อม...... ก็ออก แว้น ได้แล้ว....

      สถานที่แรก.... ไป Chew Jetty (หมู่บ้านริมน้ำ ที่เป็นมรดกโลก)
                เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้าน สร้างและอยู่พักจริง ตั้งแต่บรรพบุรุษ สร้างเหนือ น้ำทะเล โดย ใช้แผ่นไม้ที่คนพอจะสวนทางกันได้สัก2-3คน ยื่นออกไปในทะเล และมีบ้านไม้ของชาวบ้านอยู่ทั้งซ้ายและขวา
มี ของที่ระลึก มาขายและบางหลังก็เป็นที่พักอาศัย ดังนั้น อย่าเข้าไปดูหรือถ่ายรูป มั่วๆนะครับ อาจจะได้ มีดอีโต้ หรือ เสียงด่าภาษามลายูปนจีน เข้าให้....555
              #  ที่ไปก่อน เพราะกลัวบ่ายๆ อาจจะร้อนและคนจะเยอะมากเกินไป #
                                                              บรรยากาศภายใน Chew Jetty
       

                                                           แผนที่ การไป Chew jetty

        สถานที่สอง.... ขึ้นเขา ไหว้พระ ทำบุญ อุ่นใจ ที่ Kek Lok Si Temple
                                                        วัดKek Lok Si อยู่บนเข้าเบื้องหน้า
                                                                                 
                                                  แผนที่ จาก Chew Jetty - Kek lok si

                        วัดKek Lok Si Temple(วัดกิ๊กล๊กซื่อ หรือ วัดเขาเต่า) วัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่ อยู่บนเขา มีพื้นที่กว้างใหญ่ พอสมควรเลยที่เดียว..
                           ผมแบ่งโซน ได้ประมาณ 3 โซน ด้านล่าง จะเป็น วิหารพระ สามารถกราบไหว้และจอดรถได้ที่ นี้ ค่าจอด 2 ริงกิต/มอเตอร์ไซต์1คัน แล้วก็เดินขึ้นไปบนวิหาร มีขายธูปเทียน ด้านหน้าวิหาร


                         จากนั้น ก็ไป โซนกลาง เป็นโซนหลัก และแบ่งพื้นที่ออกไปอีก 3-4 ส่วน ต้องเดินขึ้นไปด้านบน จะเดินผ่านสวยเล็กๆ
                          แล้วจะเห็น องค์เจดีย์ใหญ่ กำแพงรอบวิหาร หอสวดมนต์ และอาคารต่างๆ
                         ถ้าจะขึ้นเจดีย์ ต้องจ่ายค่าเข้าชม 2 ริงกิต บันไดจะเป็นขั้นเล็กๆ วนตามชั้นขึ้นไป พอให้เหนื่อยเล้กน้อย เพื่อ ขึ้นไปชมวิว ปีนัง ด้านบน(จริงๆแล้ว ก้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมาก แต่ถ้ามาถึงแล้วจะลองสักครั้งก็ โอเคนะ)


                        ไหว้พระ ถ่ายรูป ขึ้นเจดีย์ จนเต็มที่แล้ว ก็ขึ้นไปต่อ สู่ โซนบน....โซนHighlight 
                         โซนบน.... โซนเจ้าแม่กวนอิม สามารถขึ้นไปได้ 2 ทาง
                                 1. ขับมอเตอร์ไซต์ ขึ้นไปเลย จากโซนล่าง ออกไปนอกพื้นที่วิหารจะเจอถนนแล้วก็เลี้ยวซ้าย ผ่านเจดีย์จะมีทางเลี้ยวซ้าย เข้าไป ตามทางจะพบกับ วิหารเจ้าแม่กวนอิม โซนบน (ต้องขับขี่เก่งพอสมควร เพราะต้องขับขึ้นเขาชันนิดหน่อย แล้วต้องระวังรถสวน)
                                 2.  รักสบายหน่อย ก็ ขึ้นด้วยกระเช้า จาก โซนกลาง ขึ้นไป โซนบน  ค่าโดยสาร 3ริงกิต/เที่ยว   ไปกลับ ก็ 6 ริงกิต
                         พอขึ้นถึงโซนบนก็จะพบ กับเจ้าแม่กวนอิมองค์ยืน สูง 3 เมตรกว่าๆ ใหญ่ตระการตา เมื่อเดินออกจากสถานีกระเช้าแล้ว ก่อนถึง องค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่จะมีวิหารเจ้าแม่กวนอิมด้านขวามือ สามารถเข้าไปกราบไหว้และทำบุญร่วมสร้างที่ประทับเจ้าแม่กวนอิมได้ที่นี้
                         พอกราบเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ก็ได้เวลา เก็บภาพประทับใจ ตรงหน้าองค์เจ้าแม่กวนอิมจะมีระเบียง ให้เราได้ถ่ายรูป เมือง จอร์จทาวน์ แบบพาโนรามา เป็นมุมที่สวยงามอีกมุมหนึ่ง

         เมื่อเที่ยวชม วัดKek Lok Si จนครบทุกส่วนแล้ว ก็ได้เวลา เที่ยงพอดี ซึ่งมี Laksa ร้านอร่อยชื่อดัง ในเขต Air Itam หรือ จะเรียกว่า "Air Itam Laksa"

          Laksa เป็นอาหารท้องถิ่น พื้นเมือง ลักษณะ เป็น เส้นก๋วยเตี๋ยวที่คล้ายๆ ขนมจีน แล้วราดด้วย น้ำซุป(คล้ายน้ำประกระป๋องใส่น้ำเพิ่ม) โรยด้วยผักพื้นเมือง และพริกอีกหน่อย. ราคาชามละ 4.5 ริงกิต
                             หน้าตา Laksa เจ้าดัง หน้าตาบ้านๆมากๆ แต่คนรอกินกันเยอะมาก

บรรยากาศ ร้านLaksa แห่ง Air Itam 
(คิดว่า เป็นร้านล่ะสิ ไม่เลย เป็นเพิงริมกำแพง ใช้ผ้าใบกันฝนกันแดด)
ร้าน Laksa อยู่ใกล้กับวัด Kek Lok Si มากๆ

          สถานที่3... เมื่ออิ่มแล้วก็ได้ไป ฟินอินกับธรรมชาติกันต่อ ที่ Penang Hill (เมื่อมา วัดKek Lok Si ก็ควรที่จะไป Penang Hill เพราะอยู่ใกล้กัน)

แผนที่ จาก Kik lok si - Penang Hill cable car station

                     Penang Hill(ปีนังฮิลล์) เป็นสวนสาธารณะบนเขา สูง 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นที่พักผ่อนของคนมาเลเซีย และก็เป็นจุดชมวิวของนักท่องเที่ยว.... โดยต้อง ขึ้นโดยรถรางไฟฟ้า วันที่ไปเป็นวันชาติมาเลเซีย รอเบาๆแค่ 2 ชม.กว่าๆเอง...5555
                     รถรางที่ Penang Hill เป็นรถรางสายแรกของเอเซีย ที่สร้างโดยบริษัทรถรางสัญชาติสวิส ตั้งแต่ ค.ศ.1923 และก็มีการบำรุงปรับปรุงเปลี่ยนมาเรื่อยๆ
                      เวลาเปิดบริการ 6.30 - 23.00น. (รถกระเช้ารอบสุดท้ายจากด้านบน-ล่าง)
ราคาสำหรับคนต่างชาติ คือ 30 ริงกิต/คน แต่อยากเร็วหน่อย(Fast lane) 60 ริงกิต/คน เป็นราคารวมขึ้น-ลง
(เก็บบัตรรถกระเช้าดีๆนะ อย่าหายเพราะต้องใช้ขากลับด้วย)

การรอคอยที่ยาวนาน แต่มันคุ้มค่ากับวิวพาโนรามา

 แบบรถรางไฟฟ้า สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากต่อเที่ยว โดยมี2ขบวนจะสลับกันขึ้น-ลง ซึ่งถือว่า เร็วและตื่นเต้น แถมชมวิวเป็นระยะๆ ได้อารมภ์ชิวๆ 
อากาศบนเขาดีมากๆๆๆ ลมเย็น อากาศจะเย็นกว่าข้างล่างเยอะ ชิวๆ 
ถ้ามีเวลามากหน่อย รอพระอาทิตย์ตก น่าจะสวยงาม

แต่ผมอยู่ไม่ถึงพระอาทิตย์ตก กลับลงมาก็เกือบ 5 โมง เลยกลับไปพักที่ รร. สักครู่ พอหายเหนื่อยแล้วค่อยไปตะลุยกินกันต่อ

มื้อเย็น...ผมฝากท้องไว้ที่ Gurney drive food center (ศูนย์อาหารเกอร์นีย์ ไดร์ฟ) เป็นพื้นที่รวมร้านอาหารมากมายหลายร้าน มีให้เลือกตามใจชอบ เป็นเหมือนศุนย์อาหารกลางแจ้ง
*แต่ถ้าเรานั่งโต๊ะหน้าร้านไหน ต้องสั่งอาหารร้านนั้นด้วยนะ แล้วค่อยไปซื้ออาหารจากร้านอื่นมาทานได้*

ร้านที่ผมทานแล้ว รู้สึกว่า อร่อย มีอยู่ 2 ร้าน คือ
1.ร้านของทอด หนังไก่ ปลาหมึกทอด อร่อยมาก น้ำจิ้มจะเหมือน น้ำจิ้มพริก ราคาแล้วแต่ชนิด



2. ร้านหอยทอดแสนอร่อย อันนี้อยากใส่ให้เกิน 5 ดาว คือ มันอร่อยมากจริงๆ กรอบนุ่มและเหนียว หอม
กระทะหนึ่ง ตักได้ไม่เกิน 5 จาน จานเล็กราคา 5 ริงกิต คนต่อคิวยาวมาก แต่ก็ไม่ผิดหวังการรอคอย
ผมถือว่า ถ้ามาที่นี้แล้วไม่ต่อคิวกินหอยทอด ถือว่า "เดินทางมาตั้งไกล แต่ไปไม่ถึง."


จบการท่องเมืองปีนัง กลับที่พัก อาบน้ำและหลับให้สบาย ในวันที่สอง
..........................................................................................................................



ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่ Facebook.: Backpackgo






 
 

Comments

Popular posts from this blog

10 คำถาม ที่ควรถามเพื่อนก่อนตัดสินใจไปทริปร่วมกัน

เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) กับสองพี่น้อง 1 (Twin tower-Jalan Alor)