เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) กับสองพี่น้อง 1 (Twin tower-Jalan Alor)

เก็บกระเป๋า ออกเดินทางสู่กัวลาลัมเปอร์แหลมมะละกา(20-22 มี.ค 2558)    
           การเดินทางเพื่อไปดูงาน ครึ่งวันบ่าย และ เที่ยวอีกวันเต็มๆๆๆ เลย ด้วยการวางแผนเท่าที่หาได้
จองตั๋วเครื่องบินAirAsia ในไฟท์เช้า ไฟท์แรกสุดไว้ครับ และผมจองที่พักGrid9 1ห้อง สำหรับ2คืน ไปมาเซีน คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า แค่มีพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินก็บินได้ เวลาที่มาเลเซียจะเร็วกว่าไทย1ชม. และที่เหลือเตรียมใจไปใช้ปากที่กัวลาลัมเปอร์ เริ่มจากสนามบิน
ดอนเมือง โดย สายการบินแอร์เอเซีย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ก็ลงสู่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ วันที่ไปและอยู่ อากาศร้อน อบอ้าวมากๆ แบกเป้เหงื่อออกตลอด ควรเตรียมหมวกไว้จะดี เสื้อผ้าสบายๆ และร่มเผื่อฝนตก ผมอยู่3วันเจอฝนทุกวันแต่ไม่นานเท่าไร
  เมื่อถึงสนามบินKLIA2(Kuala Lamper International Airport2) ซึ่งอยู่นอกเมือง ซึ่งมี2ทาง สำหรับเข้าเมือง คือ1.ด้วยรถไฟความเร็วสูง(KLIA Express) 2. นั่งรถบัส ซึ่งมีหลายบริษัท แต่ผมเลือก แต่ผมเลือกทางที่สอง เพราะซื้อมาพร้อมกับตั๋วเครื่องบินเลย  ออกจาก arrive area ต้องเดินผ่าน ห้างในตัวสนามบิน สร้างเป็นShopping mall เดินไปให้ดู ป้ายบอก Bus stationเดินตามทางไปถึง ลานจอดรถบัส
มองหา รถของAirAsia คือ SkyBus คันสีแดง มองหาคันที่ เขียนไปKL sentral( ก็คือ center นี้และครับ แต่ที่มาเลเซียจะใช้Sentral) ขึ้นรถไปรอได้เลยครับ ใครที่จองมากับตั๋วเครื่องบินเตรียมใบจองที่พิมพ์มาโชว์ให้พนักงานเก็บเงินที่อยู่บนรถ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ซื้อไว้ ไม่เป็นไรครับ ไปซื้อบนรถเลย จะมีพนักงานมาขาย ราคาประมาณ RM 10กว่า นั่งๆหลับๆไปประมาณ 1 ชม. ก็จะถึงปลายทาง
         #สถานี KL sentral เป็นศูนย์กลางของการเดินทางในKL นี้ครับ รถจะจอดชั้นใต้ดิน เราต้องเดินขึ้นด้านบนครับ ทั้งบันได หรือสบายก็ลิฟท์เลยครับ เดินขึ้นมา จะพบกับ Hall ใหญ่ๆ คนเยอะแยะ เดินกันแบบไม่สนใจกันเลย ให้เดินไปที่Hall แล้วด้านซ้ายมือจะมีบันไดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง หรือมองหาป้ายที่บอกไป Nu Sentral(มันเป็นห้างสรรพสินค้าครับ เราต้องเดินผ่านตัวห้างไปที่สถานีรถKL sentral Monorail staion(ที่มาเลจะเขียนว่า Monoral) ขึ้นไปที่ห้างแล้วมองตามป้าย Monoral จะมีป้ายบอกตลอดทางครับ ถ้าไม่เผลอไปดูสินค้าหรือเลมองสาวมาเลซะก่อนนะครับ5555
สภาพสถานี KL Sentral (เราจะขึ้นมาทางด้าซ้ายของภาพ และตรงกลางภาพจะเป็นบันไดเลื่อน ด้านบนนั้น คือ Nu Sentral)

#เดินผ่านห้างไปเรื่อยๆ จนมีป้ายบอกให้ลงบันไดเลื่อนแถวร้านเครื่องสำอางค์ Sephora ในห้างNU sentral mall เดินลงไปเลยครับ แล้วจะพบกับสถานีรถไฟด้านนอกอาคาร

สภาพสถานีKL sentral monorail ครับ
                       แผนที่ระบบการขนส่งมวลชนประเภทรางของเมืองกัวลาลัมเปอร์ครับ
          ผมจองที่พัก คือ Grid 9 ต้องลงที่ Maharajalela station ค่าเดินทาง RM 1.6 เตรียมเงินเหรียญหรือธนบัตร(บ้างครั้งไม่รับ RM 10  ขึ้นไป ดังนั้นพยายามเตรียมเงินให้พร้อมนะครับ เงินจะถอนเป็นเหรียญ) พอเรากดสถานี จ่ายเงินใส่เครื่องเรียบร้อย ก็จะได้รับเหรียญพลาสติกมาครับ ลุยกันเลย เดินเข้าสถานีกันครับ
สภาพภายในสถานีครับ เราต้องนั่งไปอีก2สถานี(ขึ้นไปอย่าลืมนับสถานีกันนะครับ เพราะจะไม่ค่อยได้ยินเสียงบอก และไม่ค่อยเห็นป้ายบอกสถานี ต้องนับให้ดีครับไม่งั้นนั่งรถไฟชมเมืองยาว)
    รอสักพัก รถmonorail ก็มา ช่วงเวลาเร่งรีบคนจะเยอะมาแต่ขบวนจะเล็กมีแค่2-3ตู้เท่านั้น ต้องระวังการขึ้นขบวนกันหน่อยครับ อาจจะโดนเบียดเป็นกล้วยแขกมาเลเซีย แน่นอน!



  นั่งไม่นานแค่ 2 สถานีก็ถึง Maharajalela station(สถานีนี้สามารถเดินไปChina townได้ครับ) พอออกมา สังเกตด้านที่ตรงข้ามเนินเขาจะเห็น ที่พัก Grid9 ตึกสีเทาดำ ด้านซ้าย นั้นแหละที่ซุกหัวนอนในKL ของผม พอเช็คอินกระเป๋า วางของเรียบร้อย ไม่รีรอครับ เพราะผมต้องไปดูงานที่KLCC ซึ่งก็อยูในบริเวณเดียวกับตึกแฝดเลย โดยมานั่งที่สถานีรถไฟเดิมไปลง สถานี Bukit Nanas(ไม่ต้องกดลงที่KLCCนะครับ ลงที่Bukit nanas แล้วออกจากสถานี เดินด้วยเท้าไปที่สายสีแดง สถานีDang wangiจะง่ายกว่า ไม่งั้นต้องขึ้นลง3ต่อและอ้อมด้วย)

เดินสัก 5-10 นาที เป็นทางเดินที่มีหลังคาไปตลอด ก็ถึงสถานี Dang wangi ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินอีกครั้ง 2 สถานีไปลงที่ KLCC station(ไปตึกแฝดก็สถานีนี้ครับ) พอถึงเดินออกจากสถานี หาทางที่บอกไปKLCC ตามไปโลด......... จะเจอกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ Suria mall แสดงว่าถึง ตึกแฝด(Petronas Twin Tower)แล้วครับ

 บริเวณนี้จะมีห้างสรรพสินค้าSuriaMall , Petronas Twin tower, Convention center(KLCC) สถานที่จัดงานแฟร์ต่างๆ และ KL Aquaria(ศูนย์แสดงสัตว์น้ำ) ซึ่งมีสวนสาธารณะเล็กๆ 
      หลังจาก ผมเข้าดูงานเสร็จ ก็ได้เวลา ตะลุยกัวลาลัมเปอร์กับน้องชายที่ตามมาสมทบ โดยเริ่มจากการซื้อซิม  มี2แบบ คือ สามารถโทรได้ และเน็ต กับแบบใช้เน็ตอย่างเดียว โดยซื้อได้ที่Suria mallชั้นเดียวกับที่ออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน แต่อยู่ฝั่งตรงข้างอีกข้างของห้าง DIGI(เห็นมีแค่บริษัทเดียวในห้างนี้) ราคาประมาณ RM 26-29
      เวลาก็เกือบ6โมง เลยได้เวลาหาของลงท้อง พวกผมฝากท้องที่ ร้านนี้ Madam Kwan's เห็นว่าดัง คนมาเลย์ทานกันเยอะพอควร เมนูเด็ดคือ ข้าวผัด ไก่ทอด มีหลายสาขา ลองทานกันดูว่า ถูกปากกันไปนะครับ

 MADAM KWAN'S เมนู ข้าวผัดไก่ทอด

ท้องอิ่ม ก็เดินชมห้าง และรอเวลาถ่ายภาพ ตึกแฝดในช่วงเย็นจนดึก
 เป็นเพดานก็ออกนอกอาคารSuria เพื่อถ่ายรูปตึกแฝด มองไปด้านบนจะเจอโคมไฟแบบนี้ เขาว่ากันว่า เป็นศุนย์รวมพลังของอาคารนี้ต้องกลางที่ปล้องลงมา

 และก็ได้เวลาที่รอคอยคือ การถ่ายรูป ตึกแฝด สัญลักษณ์เมืองKL ช่วงดึก จะเปิดไฟส่องไปที่ตึกแฝด สวยงามมาก ผู้คน นักท่องเที่ยว มารอคอย รวมกันที่บริเวณด้านหน้ากันเต็มไปหมด บางคนActท่าเท่ห์ๆ บางคนกระโดด ตามสะดวกกันเลย เพราะถ้ามา KL แล้วไม่มาตึกแฝด 
ถือว่า "เดินทางมาไกลแต่ไปไม่ถึง" ทันที




 ถ่ายภาพกะน้องชายสักภาพ ให้รู้ว่า มาถึงแล้ว Petronas twin tower จะได้ไม่ถือว่า "ไม่น่ามาให้เสียเวลาชีวิต"
               ถ่ายรูป กดไปหลายภาพ จนพอใจกันทั้งคู่ ก็ถึงเวลาที่ท้องพวกเราเรียกร้อง โหยหาอย่างโหยหวล ทั้งร้องทั้งสั่นสะเทือน จนต้องออกจากตึกแฝดไปหาของกินกันที่ ถนนJalan Alor เป็นถนนคนเดิน คล้ายๆเยาวราชบ้านเรา เป็นถนนที่มีของกิน ร้านอาหารมากมาย แต่ดูจะเหมือนกันทุกร้าน การเดินทางจาก KLCC Station หรือเดินเท้าไปขึ้นที่ สถานี Bukit Nanas ก็ได้นะครับ เดินเล่นประมาณ10-15 นาทีก็ถึง โดยถ้าหันหล้งให้กับตึกแฝด ตรงข้ามตึกสูงด้านหน้า ให้เดินไปทางซ้ายข้ามแยกไฟแดง แล้วเดินไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับสถานีBukit Nanas เพื่อไปลงที่สถานีBukit Bintang พอถึงให้ดูป้ายว่า ไปJalan Alor ไปด้านไหน แล้วเดินตามป้ายจะมีป้ายบอกตลอด คนจะเดินไปในช่วงดึกกันเยอะครับ วันที่ไปเขากำลังซ่อมถนนอยู่ เลยต้องดูตามป้ายบอก  มองดีๆก็จะพบกับถนนที่มีร้านอาหารปิ้ง ควันโขมงเต็มถนน พร้อมกับผู้คนมากมาย
                                      ถึงแล้ว ถนนที่ขอฝากท้องคืนนี้ Jalan Alor
สภาพถนน Jalan Alor ครับ มีร้านอาหาร วางโต๊ะทั้งสองข้างทาง


หาร้านที่มีเตาปิ้ง เดินไปมองไป หิวไป ก็ได้เลือกได้สักร้าน เพราะเหมือนกันหมดเกือบทุกร้าน ส่วนใหญ่เป็นคนจีนขาย เมนูที่เลือก คือ 
1. ไก่ย่าง หอมมากๆ เนื้อนุ่ม หนังกรอบ(ต้องลองทานครับ แนะนำ เพราะถ้าไม่ทาน ถือว่า "เดินทางมาไกลแต่ไปไม่ถึง"
2. ไก่สเต๊ะ ไก่นิ่มได้ที่กำลังดี น้ำจิ้มกลิ่นถัวแรงหน่อย กินแค่ไก่ก็อร่อยแล้ว
สุดท้าย แปลกหน่อย คลีบหรือปีกปลากระเบนย่าง เนื้อปลาจะเป็นเส้น ก้างใหญ่เรียงกัน ทานง่าย ย่างจนหอม พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์มาเลเซีย
กินกันเสร็จดึกสัก3ทุ่มกว่าแล้ว ซึ่งที่กัวลาลัมเปอร์หลัง4ทุ่ม ร้านค้าและห้าง ท้องถิ่นจะเริ่มปิดกันบ้าง จึงมุ่งกลับที่พัก แต่ระหว่างทาง บนถนนBukit Bintang ก็มีศิลปินบนถนนของมาเลเซียมาแสดงฝีไม้ ลายมือกัน

                               จิตรกร กำลังลงภาพศิลป์บนผืนผ้าใบ จากปลายพู่กัน

  พร้อมตั้งวงร้องสด เพลงมาเลเซีย ฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็สนุกดี มันส์ คนร้องInner มาเต็ม และพวกเราก็มุ่งหน้ากลับโรงแรม จากสถานีBukit Bintang ไปMahajaralale ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนสายใดๆ(แต่อย่าลืม นับสถานีกันด้วยนะ!!) รถไฟฟ้าที่กัวลาลัมเปอร์จะปิดให้บริการ เที่ยงคืนครับ แต่ 4 ทุ่ม ผู้คนก็ทยอยกลับบ้านกันแล้ว รถก็จะติดตามท้องถนน ที่มาจาก สถานที่เที่ยว และ ห้างต่างๆ
 ราตรีสวัสดิ์ Good Night Kuala Lamper! ผมและน้องขอพักเพื่อเก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ที่ต้องเดินเที่ยวแต่เช้าเลย และทั้งวัน




                             ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่ : www.facebook.com/backpackgo







Comments