เที่ยวปีนัง.. เที่ยวชิคๆ กับเมืองอาร์ตๆ และของอร่อยๆ (2)

Penang เมืองอาร์ตๆ ที่พลาดไม่ได้(2)

             วันที่สาม..... ตะลุยเมืองจอร์จทาวน์ ออกแบบท่ากับArt street เรียนรู้ดื่มด่ำกับวิถีผสมผสาน

             ตื่นเช้า เตรียมตัวอุปกรณ์พร้อม แต่วันนี้ ช่วงเช้าฝนไม่ค่อยเป็นใจ ฝนตกหนัก(ดูอุตุนิยมมาเลเซีย พยากรณ์ฝนจะหยุดก่อนเที่ยง ซึ่งถือว่าแม่น) แต่เราก็โชคดี ที่ รร. มีบริการ ขับรถไปส่งใกล้ๆ ผมเลยให้เขาไปส่งที่ร้านอาหารเช้าก่อน "เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง"
                 ร้านที่เราทานคือ Ali nasi lamak ร้านนี้ จะอยู่หน้าศูนย์อาหาร ซึ่งเป็นร้าน Nasi Lamak(นาซี ลามัค) ที่มีชื่อเสียงร้านหนึ่งในปีนังเลยทีเดียว
                  Nasi Lamak เป็นอาหารประเภทข้าว แล้วราดน้ำซอส และก็เลือกเครื่องใส่ลงไป เป็นอาหารของชาวมาเลย์ ร้านนี้ มี เครื่อง เป็น ปลาตัวเล็ก , ไข่ต้ม , ไก่ ,ปลา และที่ดีคือ เขาห่อใบตอง รสชาติเผ็ดกำลังดี มีปลาไส้ตันเล็ก ขาวสวยแห้งเป็นเม็ด รสดีที่ตัวซอสราด ทานกำลังอร่อย ห่อกำลังเหมาะกับอาหารยามเช้า
                ราคาค่าห่อใบตองน้อย คือ 1.8 ริงกิต/ห่อ

     หน้าร้าน ถ้าเรามาทางถนน Lebuh Pantai(ฺBeach St) ตัด Bishop St ก็จะเห็นร้านแบบนี้ อยู่ขวามือ
                                       ถาดใส่ เครื่องต่างๆ ปลาป่น ไก่ ไข่ต้ม ปลา และน้ำซอส
                                 หน้า Nasi Lamak หน้าไข่ต้ม ที่เห็นแดงคือ น้ำซอส ห่อกำลังดี

             สถานที่แรก..... จตุรัสหน้า Penang hall ซึ่งจะมี ที่ทำการเมืองปีนัง และFort Cornwallis (ป้อมปราการคอร์นวาลิส)
                                     เมื่อท้องอิ่ม พลังมา ก็ได้เวลา ออกชมโลกได้.... เป็นเรื่องโชคดี อีกเรื่อง คือ วันนั้น ที่ลานเมืองปีนัง(ไม่ไกลจากร้านAli Nasi Lamak) มีงาน โชว์ตุ๊กตาศิลปะหมี (United Buddy Bear) คือ จะมีแบบหมีที่เหมือนกัน แต่จะให้นักศิลปะในประเทศต่างๆ ได้คิด ออกแบบ ศิลปะ วาดภาพ ลงสี โดยสามารถสื่อถึงความหมายในประเทศนั้นๆ
                                   
ภาพส่วนหนึ่ง ของงาน Buddy bear ที่ปีนัง มี หมีไทย(หมีซองจดหมาย)ด้วยนะ ต้องกอดให้หายคิดถึง
หมีคิวบา หมีหน้าโหด และะอื่นๆอีกหลายประเทศ

ส่วน Fort Cornwillis ได้เข้าไป แต่ฝนตกลงมาอีกครั้งพอดี เลยไม่มีรูปให้ได้เห็น แต่จริงๆแล้ว ข้างในไม่มีอะไรน่าสนใจ ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องเข้าก็ได้นะ เสียดายค่าเข้าชม..

ผมรอจนฝนเบาบางลง ก็ได้เวลา ตะลุย เสพศิลปะ บนถนนกัน แผนที่แต่ละสำนักจะมีการลง รูปArt street ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ควรจะเช็ครุปภาพดีๆ และบ้างรูปก็เลือนหายไปตามการเวลาแล้ว
Art street ที่นี้ จะกระจายไปทั่ว แหล่งต่างบนพื้นที่เมืองเก่าในเมือง จอร์จทาวน์ มี 2 ลักษณะ คือ
1. Painting คือ ภาพวาดลงบนผนัง จาก นักศิลปะที่มีชื่อเสียง ประกอบกับ อุปกรณ์ต่างๆ


"old indian woman".. ภาพหญิงอินเดีย กำลังยกมือไหว้ นั่งอยู่ใต้ต้นไม้
“Reaching Up”.. เด็กผู้ายใส่เสื้อสีเลือง ยืนบนเก้าอี้และกำลังเอื้อมมือหยิบของที่ช่องหน้าต่างริมกำแพง


"childen at play".. เด็กๆ(ตัวละครชินจัง) กำลังเอากล่องถัง มาเป็นอุปกรณ์เชิดมังกร
"Children Playing Basketball".. 2 พี่น้องกำลงเล่นบาสเก็ตบอล 
Cats & Humans Happily Living Together“.. ขบวนแห่งานมงคล ดดยใช้แมว แทน คนแห่
 “Lion Dance Breaking Out of Wall” .. คนเชิดหัวสิงโต


"Cutural Girls"(Three chinese dolls).. เด็กหญิง3คน แต่งตัวแบบคนจีน
"teach you Hokkien".. เด็กผู้ชาย ที่กำลังสอนภาษาฮกเกียน
*"Too narrow".. เป็นการใช้โลหะมาดัด เป็นคนกุลี วิ่งบนทางเล็กๆ

"Soya bean Stall".. คุณยายกับรถเข็นน้ำเต้าหู้ กำลังขายให้เด็กสาวน้อย
"I want Pau".. เด็กสองคนที่เรียกร้องอยากจะกินซาลาเปาที่อยู่บนรถจักรยานพวง
"a couple of Children on a Swing"..  2พี่น้องกำลังเล่นชิงช้าอย่างสนุกสนาน

"Big Mouth".. ภาพคนอ้าปากที่ใช้ช่องทางเดินแทนปากที่กว้าง
“No Animal Discrimination Please”.. การใช้จุดกับสีมาทำเป็นรูปสุนัข และมีแมวเดินอยู่ด้านบน
“Kangfu Girl”  .. รูปเด็กหญิงใส่ชุดสีฟ้า ปีนยกตัวบนขอบหน้าต่างบ้าน

 “Indian Boatman”.. ชาวเล เชื้อสายอินเดีย กำลังพายเรือไม้ อย่างตั้งใจ
"Cats Walking For Animal Awareness" .. ฟุงแมวกำลังไต่กำแพงอย่างเป็นระเบียบ

"Bruce Lee".. นักแสดงกังฟูผู้โด่งดัง บูชลี ที่เราๆรู้จักกัน กระโดดเตะแมว (คงเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ แต่ไม่มีโอกาสทำ55)
“old motorcycle”.. เด็กผุ้ชายนั่งยองๆ รอบนรถมอเตอร์ไซต์คันเก่า

“Magician”.. การแสดงมายากลตัดตัว โดยใช้ละครในการ์ตูน ครอบครัวตัว ฮ.
“Little Children on a Bicycle”.. เป็นรูปสองพี่น้องปั่นจักรยานเล่นกัน ถือเป็น ภาพHighlight ที่มีคนต่อคิวรอถ่ายรูปร่วมกัน2พี่น้องนี้เสมอๆ

"Minion breaking out of the wall".. มิลเนียนแต่งจีนทำลายกำแพงออกมาพบชาวโลก
"Love me like your fortune cat".. แมวน้อยที่ถูกล้อมรอบด้วยแมวกวัก ที่กำลังมองหนูที่ขอบกันสาด
“Skippy”.. แมวตัวใหญ่สีเหลืองนอนสบายอารมภ์บนเบาะ
 “I Can Help Catch Rats”.. รูปแมวบนวงกลมแม่สี3สีมาทับกัน

ผมนำมาแค่ส่วนหนึ่งของภาพวาด Street Art ในปีนังเท่านั้น บางรูปก็อยู่ไกล บางรูปก็หาไม่เจอ บางรูปก็เลือนลางไปตามกาลเวลา

2. Steel Sculptures คือ ศิลปะจากการดัดเส้นโลหะ เป็นรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีอยู่ทั่วเขตบริเวณเมืองเก่าในจอร์จทาวน์


    ขณะที่ผมกำลังเดินเสพศิลปะบนถนน ก็มีจุดที่น่าสนใจ แห่งหนึ่ง คือ คฤหาสน์เศรษฐีบนเกาะปีนังในอดีต คือ Pinang Peranakan Mansion(พิพิธภัณฑ์ปารานากันปีนัง) 
     เป็น คฤหาสน์ของตระกูลเศรษฐี พ่อค้าทองคำ ลักษณะ บ้านไม้ 2 ชั้น ตรงกลางเปิดโล่ง รับลม แสงและน้ำฝน แล้วก็แบ่ง ออกเป็นพื้นที่ 4 ด้าน ในการใช้ประโยชน์ต่างๆ ทั้ง ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องรับประทานอาหาร **ที่นี้มี ต้นกำเนิดกล้องCCTV แบบโบราณด้วยนะ ถ้าอย่างรู้ว่าเป็นยังไงต้องไปลองดูที่ บริเวณโต๊ะอาหารนะ(ชี้เป้าไว้แล้ว)555**
      ชั้น2 เป็นห้องพักส่วนตัว ห้องโถงพักผ่อน บริเวณเกี้ยวพาของคู่รักที่น่ารักและให้เกียรติกันอย่างดี ห้องนอน ห้อง(บะบ๊ะโอ้บะบ๊ะ) และการทำนายลูกว่าชายหรือหญิง........ 
      ส่วนด้านหลัง จะเป็นห้องจัดแสดง ข้าวของเครื่องใช้ของครอบครัวเศรษฐีในอดีต ทั้งเสื้อผ้า ชุดแต่งงาน เครื่องประดับต่างๆ
                 ค่าเข้าชม Mansion นี้ 10ริงกิต/คน และก็จะมีไกด์แนะนำข้อมูลต่างๆ เป็น ภาษาอังกฤษ



และที่พลาดไม่ได้เลย คือ ร้าน Ming Xiang Tai ร้านขนมเปี๊ยะแสนอร่อย ละมุนลิ้น ชื่อดัง ของ เกาะปีนัง 
ร้านอยู่หัวมุม ถนน Lebuh Victoria ตรง ภาพวาด I want Pau
ราคาต่างๆ แต่แนะนำ ขนมเปี๊ยะ ไส้ไข่เค็ม กับ ใบเตย 3ลูก 12.40 ริงกิต
แต่ก็มีบรรจุภัณฑ์แบบ 3 ลูก/6 ลูก/12 ลูก ต่อกล่อง

   ขนมเปี๊ยะไส้ไข่เค็มและใบเตย ถ้ามีปีนังและไม่ได้ลองกิน เราถือว่า"เดินทางมาตั้งไกล แต่ไปไม่ถึง"

  เป้าหมาย ของ ขนมที่สำคัญ และ คือ Point ที่ผมMarkไว้ตั้งแต่เริ่มวางแผนมาเลย คือ Chendol ในตำนาน Teochew Chendol บนถนนปีนัง(Penang Road)
     Chendol จะคล้ายๆกับ รวมมิตรลอดช่องบ้านเรา  แต่ใส่เครื่องและน้ำกระทิที่ไม่เหมือนกัน ใส่ถั่วแดงไปด้วย หวานๆ หอมๆจากน้ำตาลเคี้ยวกับกะทิหรือนม(ไม่มั่นใจ) แต่รสชาติไม่หวานมาก อันนี้กากตัวใหญ่ๆ ให้ต่อแถวเป็น ชม. ก็ยอม แล้วก็ได้ทาน มันคุ้มค่าการเดินทางมาและรอคอยจริงๆ
                           ราคา 2.70 ริงกิต/แก้ว(ทานที่ร้าน) 2.90 ริงกิต/แก้ว(เอากลับบ้าน)

        หน้าตาร้าน เป็นรถเข็น มีคนยืนต่อคิวยาว เพราะใครๆก็รู้จักดี ถ้าหาไม่เจอลองถามคนแถวนั้นได้

      สุดท้าย.... ร้านบะหมี่ที่เจอโดยบังเอิญ แต่รสชาติสวรรค์ชั้นฟ้า ร้านบะหมี่ Hong Kee Wan Thun Mee
                        ซึ่งร้านนี้ ทำเส้นบะหมี่สดเอง จะมีห้องโชว์การทำบะหมี่ให้เห็นเลย โดยจะใช้ไม้ไผ่ลำใหญ่ในการนวดแป้ง  เส้นจะออกมาเหนียว นุ่ม เส้นจะเล็กๆ พอลวกเส้น มาเสิร์ฟแล้วได้ลองเอาเข้าปากแล้วจะมีความยืดหยุ่ดหน่อยๆ กรอบนิด ถ้าลองแล้ว อาจจะลืมบะหมี่บ้านเราไปเลย น้ำซุป หมูแดงก็หวานละมุน ไหลลื่นลงคอสบายๆ น้ำตาจะไหลออกมา(น้ำซุปมันร้อนมาก555)

เจ้าของลงมือทำเองทุกชาม


ร้านตั้งอยู่บน ถนน Lebuh Campbell

             ร้านบะหมี่นี้ ผมไม่อยู่ในแผน แต่มันคือที่สุดของบะหมี่ร้านหนึ่งจริงๆ ถ้ามาต้องลองดู แต่สำหรับผม ถ้ามาแล้วไม่กิน ถือว่า "เดินทางมาตั้งไกล แต่ไปไม่ถึง"

.................................................................................................................................................................

จบการเดินทางปีนังในรอบนี้ แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณสำหรับการติดตาม ข้อมูลที่ผมให้อาจจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ ขอให้สนุก ลุยไป ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าครับ เมือออกเดินทางแล้ว ต้องให้คุ้มค่า คุ้มเวลา
"เดินทางมาไกล ต้องไปให้ถึง"


ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่ Facebook : Backpackgo

Comments