รีวิว Review Annapurna Base Camp1 (ก่อนเดินทาง) พร้อมเฮ..ที่เนปาล เดินขาบาน ขึ้นเขาไป ABC


   
       การเดินทาง เดินป่า ขึ้นเขา ไป Annapurna Base camp เป็นอะไร ที่เกินความคาดหมายไปมาก แต่ด้วยความแปลกใหม่ เลยทำให้ การเดินทางครั้งนี้เป็นการเปิดประสบการณืหน้าใหม่ของผม ด้วยที่ไม่เคยหาข้อมูลความรู้ใดๆ และเคยแค่เดินเขาระดับอนุบาล แต่เมื่อได้นำชีวิตเขาไปสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งหลังคาโลก มันก็ทำให้รูสึก ประทับใจ สิ่งต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ บรรยากาศ และตัวเองอย่างมากมาย ด้วยมันเป็นการเดินทางที่ต้องเตรียมตัวมากและไปได้ยากลำบากพอสมควร มันจึงยังมีความบริสุทธิ์อยู่สูง การเขาป่าขึ้นเขาไปABC. แม้จะ ลำบาก เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้ามากเท่าใด แต่พอเดินถึงที่พัก ABC (ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก) และทิวทัศน์ บรรยากาศรอบๆ ตลอดเส้นทางทาง ก็ทำให้ ความรู้สึกตื่นเต้น ภูมิใจ ดีใจ ตกตะลึงกลับวิ่งเข้ามาแทนที่ในทันใด แล้วมันก็คุ้มค่ากับการแลกสิ่งต่างๆที่ผ่านมาตามทาง บอกสั้นๆได้แค่ว่า "ABC ขอแค่มีจิตใจที่เข้มแข็ง ก็ไปถึงได้ อายุ เพศ เวลา มันไม่ใช่อุปสรรค ที่จะขวางเป้าหมายเราได้" 

      ทริปที่เกินการตั้งเป้าหมาย กับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายหรือ เดินป่า ขึ้นเขามากนัก แต่เพราะมีพี่มาชวน ไป ABC ทั้งทียังไม่มีข้อมูลอะไร แค่รู้ ไฟล์บิน วันไหน กลับวันไหน โดยเช็คตั๋วเครื่องบิน Thai airway ช่วงบ่าย ราคาแค่ 15xxx บาท พอถึง 4ทุ่ม ราคาขึ้น 19xxx บาท เลยตัดสินใจจองก่อน ดูข้อมูลที่หลัง แล้วการผจญภัยก็เริ่มขึ้นนะตอนนั้น
   พอเริ่ม หาข้อมูลมากขึ้น ก็รู้ว่า ABC นี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ ต้องเดินด้วยเท้า ขึ้นเขา ลงห้วย ตลอดทาง วันละ 6-9 ชม.(มาตรฐานการเดินของชาวยุโรป) ตลอด 7-8 วัน แค่ร่างกายพร้อมไม่พอ จิตใจ และ อุปกรณ์ต้องพร้อมด้วย แต่......อีกมุมหนึ่ง ความสวยงามของธรรมชาติ ก็ไม่ธรรมดามากเช่นกัน ยิ่งดู ยิ่งหาข้อมูลก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า ต้องไปให้ถึง ABCและกลับมาได้ดีที่สุด
 
มาทำความรู้จัก ประเทศเนปาล(Nepal) ว่าเป็นยังไงบ้าง??


      ประเทศเนปาล (Nepal) เป็นประเทศที่อยู่เหนือประเทศอินเดียแต่ทางตอนใต้ของธิเบตประเทศจีน มีเทือกเขาหิมาลัยมาเป็นแนวเขตธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง ไม่มีทะเล จึงเป็นประเทศที่แห้งแล้ง ปลูกพืชได้ยาก และ ประชากรส่วนใหญ่จะยากจน แบ่งเป็นภูมิภาค ได้ 5 ภาค คือ Central , East , West , Middle west , Far west
       เมืองหลวง ศูนย์กลางการปกครอง คือ เมืองกาฐมาณฑุ (Kathmandu) การปกครองก่อนหน้าเป็นระบบกษัตริย์(เมือประมาณ11-12ปีที่แล้ว) แต่ปัจจุบันเป็นระบบประธานาธิบดี โดยมีพรรคการเมืองเป็น 100 พรรค วัฒนธรรมได้รับอิทธิพล จากศาสนาฮินดูจากอินเดียและพุทธมาจากธิเบต จึงเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมและลักษณะประชากรแบบผสมผสาน  และพระราชวังโบราณให้ได้ชม แต่ด้วยภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว ในปี 2558 โบราณสถานต่างๆที่สำคัญและสวยงาม ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
      ประเทศเนปาล นอกจากมีโบราณสถานแล้ว ก็ยังมี Trekking(เดินเขา) เป็นกิจกรรมสำคัญ ที่นักเดินป่า ปีนเขา ได้มาผจญภัยจากทั่วโลก เพื่อจะมาดื่มด่ำกับทิวทัศน์เทือกเขาหิมาลัย หลังคาของโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีเส้นทางมากมาย กว่า 50 เส้นทาง แต่ที่มีชื่อเสียง คือ ABC [Annapurna Base camp] และ EBC [Everest Base camp]
      ประเทศเนปาล เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาออกไปทางล้าหลัง ด้วยที่ต้องพึ่งเศรษฐกิจและสินค้าจากอินเดียและจีนเป็นหลัก (แต่น้ำผลไม้ชบา ของเมืองไทย เป็นของฮิตติดชาร์ตบนมาก ในเนปาล)
      1. ประเทศนี้ ผมไม่เห็น 7-Eleven หรือ Minimart สากลนะครับ จะเป็นร้านขายของชำทั่วไป เป็นเพิงข้างทาง หรือบ้านตึกแถว (ใครหวังว่าจะไปซื้อของ 7-Eleven ขอบอกเลย เสียใจ อด) ร้านfastfood ของชาวต่างชาติก็ไม่เห็นมี เห็นแค่โฆษณาKFC ซึ่งมีร้านแรกและร้านเดียวเท่านั้น
      2. เนปาล ถ้าสั่งน้ำขวดจากร้านของชำ หรือร้านอาหารจะไม่ค่อยมีหลอดดูดน้ำนะ ก็ยกซดจากขวดเลย
      3. ถนนทีเนปาล แย่มากเป็นหลุมเป็นบ่อ ฝุ่น เยอะแยะมากมายตลอด จนบางครั้งก็ ลอดเข้ามาในรถเลย (ถ้ามีผ้าปิดจมูกไปจะดีมาก) ถนนระหว่างเมืองส่วนใหญ่จะเป็น 2 เลนสวนกัน แต่ขับได้จริงแค่1เลน เพราะอีกเลนหน้าราดยางมันหายไปแล้วเป็นหลุมกับฝุ่นทรายตลอดทาง
      4. ด้วยถนนที่แย่ ทำให้ การเดินทางด้วยรถที่นี้ ถือว่า ยาวนานและช้ามาก.
      5. คนที่นี้จะไม่กินวัว ควาย และจะเลี้ยงหรือปล่อย อย่าแปลกใจถ้าจะเห็น ฝูงวัว เดินเล่น หรือนอนสบายใจกลางถนน แล้วรถต้องค่อยขับหลบให้
      6. เนปาลจะไม่มี สัญญาณไฟแดง ตามแยกต่างๆ ถ้าแยกใหญ่ ก็จะใช้เจ้าหน้าที่จราจรค่อยโบกให้สัญญาณ.
      7. สำหรับ เครื่องบิน ให้ทำใจ Delay ตลอด บินวนเหนือสนามบินเป็นเรื่องปกติ เพราะการจัดการที่ล้าช้า ไม่ดี ทำให้ ระบบการจัดการก็ไม่โอเคไปด้วย เป็นห่างว่าว เป็นตั้งแต่ไฟท์แรกของวันก็ Delayไปหลายนาทีแล้ว ที่เหลือก็ละลายน้ำมันบนฟ้ากันไป
      8. ถ้าสั่งอาหารให้ทำใจหนักๆ ไม่ใช่แค่ที่ บนABC. เพราะ อาหารที่เนปาลจะได้ช้ามากๆๆๆๆ ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำช้า แค่สั่งชุดเบอร์เกอร์ของร้านเบอร์เกอร์คนเนปาลในเมืองหลวง ยังรอต้องครึ่ง ชม.กว่า.

     - ช่วงเวลา ฤดูการเดินทาง ส่วนใหญ่ จะเป็น ช่วง มี.ค.-พ.ค. ของทุกปี เพราะอากาศจะไม่หนาวมาก ตอนที่อยู่ใกล้ๆยอด ABC แต่ สภาพอากาศก็จะแปรปรวนเยอะพอสมควร ช่วงPokhara(เมืองโปขรา) จะร้อนพอๆกับ อากาศหนาวเบาๆของไทย แต่อากาศจะแห้งกว่า  พอเดินเขาป่าขึ้นเขาก็จะพบกับ ฝนหนักบาง เบาบาง ละอองบาง และพอขึ้นไปสูงอากาศก็จะหนาว ถ้าโชคไม่ดีก็อาจจะเจอหิมะ หรือ มีหมอกมากจน ไม่เห็นยอดเขา แต่ก็มีดีที่อากาศแบบคนไทยทนได้ และก็ยังได้ เห็นทุ่งดอกกุหลาบพันปี ตลอดทาง
      แต่ถ้าไป ช่วงหน้าหนาว ตค.- กพ. ก็จะเจอกับอากาศหนาวแห้งแน่ๆ แต่ถ้าใครทนได้ ก็จะได้ดื่มด่ำกับอากาศที่ใส ถ่ายรูปสวยงาม พร้อมกับหิมะขาวนวล
     - ความแตกต่างของเวลา เวลาของประเทศเนปาล จะช้า กว่า ประเทศไทย 1 ชม. 15 นาที
 




 - ค่าเงิน ส่วนใหญ่ คนไทยจะแลกเงิน เป็น ดอลลาร์สหรัฐ(US Dollar) ก่อน แล้ว ไปแลกที่ เนปาลเป็น รูปีเนปาล(Rs) (อัตราประมาณ 1 บาทไทย  - 0.33 รูปีเนปาล) ซึ่งสามารถไปแลกเงิน ได้ที่ ย่านทาเมล(Tamel road) ในเมืองกาฐมาณฑุ(Kathmandu) โดยแต่ละร้านจะให้ อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เท่ากัน








    -  หาซื้ออุปกรณ์การเดินป่า ขึ้นเขา ได้ที่ ย่านทาเมล(Tamel road) ในเมืองกาฐมาณฑุ(Kathmandu) และถนนรอบทะเลสาบ(Lakeside road) ที่โปขรา(Pokhara) ซึ่งส่วนใหญ่จะราคาถูก แต่ก็เป็นของลอกเลียนแบบจากเมืองจีน ถ้าไม่ได้จริงจังกับการเดินเขา ก็สามารถไปหาซื้อใช้ง่ายๆที่นี้ได้

 สิ่งของที่ควรเตรียมไปเพื่อเดินเขาเข้าป่า ไป ABC.(เบื้องต้น)
        - ถุงนอน ควรจะสามารถป้องกันได้ ถึง - 10 องศาขึ้นไปจะดี เพราะถ้าได้นอนที่ ABC. อากาศจะหนาวมาก หนาวตัังแต่Himalaya เลย
        - ไม้พยุงเดินป่า(trekking pole) ควรที่จะเตรียม 2 อัน เป็นสิ่งที่ต้องมีอีกอย่างเลย เพื่อปกป้องข้อเข่า ลดการปวด และช่วยพยุงตัว ต้องเดินขึ้นลง
        - หมวกกันแดด แบบกันยูวี ปิดหน้า เพราะที่ABC แดดจะแรงมาก กลับมาเพื่อนอาจจะจำเราไม่ได้ เพราะหน้าดำลอกได้
        - แว่นกันแดด แบบปกป้องแสงสะท้อนจากหิมะ คือ มีที่กันแดดจากด้านข้าง แว่นแฟชั่นทั่วไปไม่ควรใส่นะครับ ตาเป็นสิ่งสำคัญอย่างมองข้ามเลยนะ
        - รองเท้าเดินป่า ควรจะต้องไปเลือกเอง ลองใส่ให้กระชับกับเท้านะ หาที่เป็นwaterproof Goer tex และเป็นแบบรัดข้อเท้าเพื่อกันพลิก และต้องมีน้ำหนักที่หนักด้วยจะช่วยล็อคข้อเท้า ให้ใช้กล้ามเนื้อส่วนขา// พื้นรองเท้าต้องแข็ง เพื่อรับน้ำหนักตัวและสัมภาระได้ดี  โดยอย่าลืม!! เผื่อขนาดไว้อีกหน่อยนะครับ กันเท้าบวมขึ้นตอนเดินและถุงเท้าหนา จะได้ไม่ถูกกัด........... สำคัญที่สุด คือ ซื้อแล้วต้องเอามาใส่เดินให้ชินด้วย
        - กระติกน้ำ ควรจะมีทั้ง สามารถใส่น้ำร้อน และอีกใบสำหรับใส่น้ำปกติได้ ก็จะดี
        - กระเป๋าเป้สะพายหลัง ใบใหญ่กำลังดี เผื่อใส่เสื้อหนาว เพื่อนำออกมาใส่ช่วงหยุดพัก หรือ อากาศแปรปรวนหนาวกระทันหัน พร้อม rain cover
        - เสื้อกันหนาว ควรจะแบ่งเป็น 3 ชั้น
           1.ชั้นใน (ฺBase layer ) อาจจะเป็นพวกลองจอนกันหนาว ซึ่งไม่ควรเป็น Cotton เพราะจะทำให้ร่างกายเราเย็น
           2. เสื้อชั้นกลาง (Middle layer ) จำพวก เสื้อฟรีส ส่วนใหญ่จะนำมาใส่ตอนใกล้ 3000 ม. ขึ้นไป
           3. เสื้อชั้นนอก (Outer jacket) ควรจะเลือกที่มีที่ปิดหัว กันลมและกันน้ำก็จะสะดวกและดี
        - เสื้อกันฝน  เพราะอากาศที่เราต้องเดินทางผ่าน หุบเขา จะมีการแปรปรวนตลอดเวลา ควรมีเตรียมไว้ พยายามอย่าให้ตัวเปียกหนาว จะทำให้ป่วยได้ง่าย
        - อุปกรณ์สวมรองเท้าสำหรับเดินลุยหิมะ(Shoe Grip) ตั้งแต่ Himalaya ถึง MBC จะเจอกับพื้นหิมะเป็นระยะ แต่ถ้าเลย MBC ไปแล้วจะเป็นทุ่งลานหิมะ จนถึงABC. อุปกรณ์นี้จะช่วยกันลื่นขณะเดินบนหิมะได้.



       การเตรียมตัว เตรียมร่างกาย การเดินป่า ไปABC. มีการเดินขึ้นลง ตลอดเวลา ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบันไดหิน พื้นทราย ทางชันที่สลับกับก้อนหินใหญ่ หรือ พื้นหิมะสลับกับพื้นหญ้าแห้ง ดังนั้น ควรที่จะเตรียมตัว ร่างกายให้ดี ผมออกกำลังกาย วิ่งก่อนเดินทางประมาณ 4-5เดือน อาทิตย์ไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน และก็มาทำSquat ประมาณ 1-2 เดือน (จริงๆแล้ว ที่ผมทำก็ยังเจ็บปวดอยู่ เพราะฉะนั้น ยิ่งทำมาก ก็ยิ่งดีนะ)
   

การขอเอกสารวีซ่า(Visa) เนปาล ทำง่าย สะดวกสบาย

     เอกสารที่ต้องเตรียม เพื่อยื่นขอวีซ่าเนปาล คือ
        1. หนังสือเดินทาง (ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันที่ยื่นขอ)
        2. สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ฉบับ
        3. รูปถ่ายสี 1 ใบ (ขนาด 2X2 นิ้ว ที่มีพื้นหลังสีอ่อน ไม่อัดภาพแบบสติ๊กเกอร์และไม่สวมแว่นตากันแดด) ติดที่บนขวาของแบบฟอร์มขอวีซ่า
        4. แบบฟอร์มขอวีซ่า (ซึ่งผู้ขอต้องกรอกหรือพิมพ์ข้อมูลทุกข้อเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) แบบฟอร์มขอวีซ่า ดาวน์โหลดได้ที่นี้
        5. ค่าธรรมเนียม
             วีซ่าท่องเที่ยว ประเภท Multiple Entry 15 วัน : 900 บาท/ท่าน
             วีซ่าท่องเที่ยว ประเภท Multiple Entry 30 วัน : 1,450 บาท/ท่าน
             วีซ่าท่องเที่ยว ประเภท Multiple Entry 90 วัน : 3,600 บาท/ท่าน

      เวลาทำการของแผนกวีซ่า
             เวลายื่น-รับ เอกสารขอวีซ่า : 09.00-12.00น. (วันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
             เวลารับเล่มหนังสือเดินทาง : 09.00-12.00น. (วันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
            ใช้ระยะเวลา ในการดำเนินการ 1 วันทำการ คือ ถ้ายื่นวันนี้ สามารถรับเล่มได้ในวันรุ่งขึ้น (ถ้าไม่ผิดพลาดหรือติดขัดใดๆ)

        สถานที่ยื่นขอVisa จะอยู่ที่ ซ.สุขุมวิท 71 ใน ซ.ปรีดี พนมยงค์ 27 เข้าไปประมาณ 100-200 ม. อยู่ทางขวามือ ให้เข้าประตูเล็ก ต้องแลกบัตรประชาชน เซนต์ชื่อในสมุดบันทึก กับเจ้าหน้าที่ แล้วก็ผ่านประตูล็อคอัตโนมัติไป เลี้ยวซ้าย ห้องจะอยู่ด้านหน้าเปิดประตูก็จะพบกับ หน้าต่างยื่นขอวีซ่า
     
         ** ถ้าไปกันเป็นกลุ่ม จะต้องเขียนชื่อทุกคน ในเอกสารอีกใบ ที่เจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าให้

รูปแบบ วีซ่าเนปาล สำหรับ พำนัก 15 วัน


              ใครที่ต้องการขอวีซ่า ประเภท Visa on Arrival ก็ได้ สามารถทำที่ สนามบิน นานาชาติตรีภูวัน (Tribhuvan International Airport) ที่กาฐมาณฑุ บริเวณช่องทางอนุญาตด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ(US Dollar )  15วัน : 25 USD/ท่าน, 30วัน : 40USD/ท่าน, 90วัน : 100USD และเตรียมรูปถ่าย ขนาด 2X2นิ้ว 2ใบ เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่า ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน เพราะมีคนยื่นขอมากจากนักเดินทางหลายประเทศ.

................................................................................................................................

--------------------------------------------

     กด Like ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวดีๆ ได้ที่ www.facebook.com/backpackgo 

Comments